เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ถึงกรณีเมื่อวันที่ 20 เม.ย. มีการประชุมพิจารณาร่วมกับประธานสภาผู้แทนราษฎร หัวหน้าพรรคการเมือง เพื่อพิจารณาสัดส่วนคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญประจำสภา จำนวน 35 คณะ ว่า ต้องบอกว่ารายละเอียด อาจจะไม่ได้เป็นเหมือนที่มีข่าวออกมาทั้งหมด แต่ขอให้รายละเอียดว่า ทุกพรรคเห็นตรงกันว่าพรรคการเมืองใด จะมีสัดส่วนที่จะส่ง สส. เข้าเป็นประธาน กมธ. จำนวนเท่าไหร่ ซึ่งสิ่งที่เห็นตรงกัน และประธานสภา สรุปให้กับตัวแทนทุกพรรค คือเรื่องกระบวนการว่าเมื่อมี 35 คณะแล้ว คณะไหนจะมีประธานจากพรรคใด โดยประธานสภาให้ทำ 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ให้ 6 พรรคการเมือง ที่มีอย่างน้อย 1 ประธาน กมธ. ไปหารือกันนอกรอบ หากใน 35 คณะนั้น มีคณะใดคณะหนึ่งที่ทั้ง 6 พรรค เห็นตรงกันว่าจะจัดสรรให้กับพรรคนี้ ก็ถือว่าเป็นข้อสรุป ส่วนคณะใดที่อาจจะเห็นไม่ตรงกัน โดยอาจจะมีมากกว่า 1 พรรค ที่ประสงค์ตัวแทนเข้าไปเป็นประธาน กมธ. ก็ให้เอากลับเข้ามาในขั้นตอนที่ 2 คือ การประชุมร่วมกัน ระหว่างประธานสภา
และตัวแทนพรรคการเมืองในรอบที่สอง เพื่อใช้กระบวนการที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นการเรียงคิวเลือก หรือการจับสลาก เพื่อกำหนดลำดับในการเลือก คิดว่าข้อสรุปนี้เป็นข้อสรุปที่ถือว่าเป็นธรรม หวังว่าทุกพรรคการเมืองจะรักษากติกาดังกล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวออกมาว่าหลายพรรคมีความประสงค์ กมธ. ที่คล้ายกัน ก็เป็นการพูดคุยกันเบื้องต้น ซึ่งไม่ได้ทับกันเฉพาะพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ แต่ทับกันทุกพรรค เช่น กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ที่พรรคประชาชนแสดงความประสงค์ว่า อยากจะส่งตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ตรงนั้น เพราะมีความสำคัญในการตรวจสอบรัฐบาล ควรที่จะเป็นตัวแทนของฝ่ายค้าน เข้าไปทำงาน แต่พรรคภูมิใจไทยก็แสดงความประสงค์ว่าต้องการประธาน กมธ.ป.ป.ช. ซึ่งเมื่อมีความประสงค์ที่ตรงกัน จึงต้องใช้กระบวนการทั้ง 2 ขั้นตอนดังกล่าว เมื่อถามว่า ได้มีการนำเรื่องดังกล่าวเข้ามาพูดคุยในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ได้มีการอัปเดตกับทุกฝ่าย แต่ไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างจากข้อสรุปที่ประธานสภาสรุปให้



