สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับในรายการ “สควอค บ็อกซ์” ทางซีเอ็นบีซีนิวส์ ว่าหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านได้ทัน ภายในเส้นตายของการหยุดยิง 14 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในช่วงเย็นของวันที่ 22 เม.ย. นี้ ตามเวลาท้องถิ่นในกรุงวอชิงตัน ทรัมป์กล่าวว่า “คาดว่าจะมีการโจมตีทางอากาศ เพราะผมคิดว่านั่นเป็นท่าทีที่ดีกว่าที่จะใช้ในการรับมือ แต่ถึงอย่างไรเราก็พร้อมปฏิบัติการแล้ว”
ทรัมป์ยืนยันว่า กองทัพพร้อมถึงขีดสุด และกระตือรือร้นที่จะปฏิบัติการ พร้อมทั้งย้ำว่า สหรัฐไม่มีความต้องการที่จะขยายการหยุดยิงกับอิหร่านออกไปอีก “เพราะสหรัฐมีเวลาไม่มาก” โดยอ้างถึงระยะเวลาในการเดินทางไปยังกรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน และผู้นำสหรัฐแสดงความเชื่อมั่นว่า “อิหร่านไม่มีทางเลือกอื่น นอกเหนือจากความจำเป็นต้องเจรจา”
.@JoeSquawk: "You're saying that you need at least the prospects for a signed deal today and tomorrow or else you would resume bombing Iran?"@POTUS: "Well, I expect to be bombing because I think that's a better attitude to go in with — but we're ready to go." pic.twitter.com/vEmOfes6Er
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) April 21, 2026
เมื่อผู้ดำเนินรายการซักถามถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น หากกองทัพสหรัฐโจมตีทางทหาร เพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสาธารณูปโภคของอิหร่านที่ยังเหลืออยู่จริง ทรัมป์กล่าวว่า “ไม่ใช่สิ่งที่อยากเลือก”
ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า “อิหร่านใช้สะพานเหล่านั้นเพื่อขนส่งอาวุธและเคลื่อนย้ายขีปนาวุธ” อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทั้งสองฝ่ายต่างใช้ช่วงเวลาหยุดยิงนี้ในการ “สะสมเสบียงและอาวุธเพิ่ม”
ทั้งนี้ ทรัมป์ชื่นชมประชาชนในอิหร่านว่า เป็น “คนที่ยอดเยี่ยม” แต่วิจารณ์บรรดาผู้นำของรัฐบาลเตหะรานว่า “กระหายเลือด” และ “แข็งกร้าว” พร้อมทิ้งท้ายว่า “หากอิหร่านยอมทำข้อตกลง ตกลง พวกเขาก็สามารถกลับมาเป็นชาติที่แข็งแกร่งอีกครั้ง เป็นชาติที่วิเศษอีกครั้งได้”.
เครดิตภาพ : AFP



