“แห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย ‘อุโมงค์ลำพะยังภูมิพัฒน์’ อุโมงค์ส่งน้ำลอดภูเขาภูบักดี ยาว 710 เมตร เชื่อมมุกดาหาร – กาฬสินธุ์ เปลี่ยนพื้นที่ขาดแคลนน้ำให้กลับมามีชีวิต สายน้ำที่ไหลผ่านไม่เพียงหล่อเลี้ยงผืนดิน แต่ยังสร้างโอกาสทางอาชีพและต่อยอดสู่การเป็นวิสาหกิจชุมชน จากอดีตที่ชาวบ้านมีรายได้เพียงปีละ 30,000 บาท ต้องออกไปขายแรงงานไกลบ้าน ณ วันนี้มีรายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อปี คนในชุมชนมีงานทำ มีรายได้มั่นคงอย่างยั่งยืน ที่สำคัญได้อยู่พร้อมหน้ากับครอบครัว”

นางทิพภาภรณ์ สมบัติภูธร ราษฎรบ้านดอนตลาด ตำบลสงเปลือย อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ เกษตรกรที่ใช้น้ำจาก
อ่างเก็บน้ำลำพะยังตอนบน ตำบลสงเปลือย อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำในพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและขาดแคลนน้ำในพื้นที่เกษตรกรรม โดยผันน้ำผ่านอุโมงค์ลำพะยังภูมิพัฒน์ ซึ่งมีความยาว 710 เมตร จากอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ บริเวณตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร มาช่วยพื้นที่เพาะปลูกในอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ กว่า 4,600 ไร่ ในอดีตประสบปัญหาขาดแคลนน้ำไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้
ต่อมาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำริให้ก่อสร้าง อ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ บริเวณตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร จากนั้นจึงผันน้ำผ่านอุโมงค์ลำพะยังภูมิพัฒน์ มายังพื้นที่อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ทำให้มีน้ำใช้นับเป็นโครงการแรกและโครงการเดียวในประเทศไทยที่ดำเนินการในลักษณะนี้
“ตอนนั้นทุกคนดีใจมากที่ได้น้ำใช้อย่างเพียงพอ ทำให้สามารถทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง ทั้งนาปีและนาปรัง ปลูกพืชผักได้หลากหลายขึ้น โดยนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ด้วยการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ปรับพื้นที่ด้วยการขุดสระน้ำขนาดเล็กในแปลงเพาะปลูกเพื่อเก็บกักน้ำและเลี้ยงปลา นาข้าวจะปลูกข้าวพันธุ์ไรซ์เบอรรี่ ข้าวหอมมะลิ 105 และข้าวเหนียวดำ คันนาจะปรับให้ใหญ่กว่าเดิม โดยริมคันนาปลูกหญ้าแฝกป้องกันคันนาไม่ให้ดินพังทลาย นอกจากนี้ยังปลูกพืชแบบผสมผสาน มีผักสวนครัว พืชสมุนไพร และไม้ผลยืนต้น เช่น มะม่วง กล้วย ผลผลิตช่วงมีมากจะนำมาแปรรูปจำหน่าย ข้าวจะนำมาสีบรรจุถุงสุญญากาศ บางส่วนแปรรูปเป็นข้าวแต๋น ข้าวพองธัญพืช กล้วยทำกล้วยฉาบ กล้วยอบ และมะม่วงผลิตเป็นมะม่วงกวน มะม่วงหยี มะม่วง 3 รส มีการรวมกลุ่มกันชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้ประโยชน์จากโครงการจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน ร่วมกันผลิตแปรรูปและขาย ปัจจุบันกลุ่มมีรายได้กว่า 350,000 บาทต่อปี ขอขอบคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานน้ำและแนวทางทำกิน ทำให้ชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนได้อยู่ดี มีกิน มีขาย มีเก็บเป็นอย่างดีในทุกวันนี้ ชีวิตดีมีความมั่นคงกว่าแต่ก่อนมาก” นางทิพภาภรณ์ สมบัติภูธร กล่าว
โครงการอ่างเก็บน้ำลำพะยังตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่ ตำบลสงเปลือย อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและขาดแคลนน้ำในพื้นที่เกษตรกรรม โดยมีการผันน้ำผ่านอุโมงค์ลำพะยังภูมิพัฒน์ ลอดภูเขาภูบักดี ยาว 710 เมตร จากอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ จังหวัดมุกดาหาร ไปช่วยพื้นที่เพาะปลูกในอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ กว่า 4,600 ไร่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2535 ทำให้พื้นที่อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ

นายประชิด ศรีเสน เกษตรกรบ้านนาวี ตำบลสงเปลือย อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ เผยว่าหลังจากได้รับน้ำจากโครงการทำให้สามารถทำการเกษตรแบบผสมผสานได้เป็นอย่างดี ปลูกกล้วย ปลูกไม้ผล ถั่วลิสง ข้าวโพด และทำนาปลูกข้าวได้ปีละ 2 ครั้ง
“เมื่อก่อนเสร็จจากทำนาปีก็ต้องเข้ากรุงเทพฯ ไปรับจ้างหารายได้ มาตอนนี้มีน้ำเพียงพอไม่ต้องไปรับจ้างที่กรุงเทพฯ แล้ว เพราะปลูกพืชมีผลผลิตมีรายได้ที่ดีกว่า และได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้ากันทุกวัน เมื่อก่อนมีรายได้ปีละประมาณ 20,000 – 30,000 บาท มาตอนนี้มีรายได้เกือบ 100,000 บาทต่อปี ถือว่าดีมาก พืชผักไม่ต้องซื้อแถมมีให้เก็บขายเฉลี่ยวันละ 1,000 บาท พืชผักที่ปลูก มีมะละกอ กล้วย ข่า มะเขือเทศ ถั่วลิสง ในสระมีปลา มีของเก็บขายวนเวียนหลากหลายชนิดต่อเนื่องตลอดทั้งปี ส่วนมะเขือเทศก็ส่งขายที่โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 3 (เต่างอย) จังหวัดสกลนคร ก็ขอขอบพระคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทำให้ประชาชนชาวเขาวง ได้อยู่ดีกินดีในทุกวันนี้” นายประชิด ศรีเสน กล่าว
และจากการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มน้ำยังในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดยโสธร ของพลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมด้วย นายศุภรัชต์ อินทราวุธ รองเลขาธิการ กปร. และคณะอนุกรรมการฯ เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา พบว่าโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ปี 2568 มีจำนวน 1,331 โครงการ เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จำนวน 29 โครงการ แบ่งเป็น โครงการที่พระราชทานพระราชดำริโดยตรง จำนวน 18 โครงการ และโครงการที่เกิดจากราษฎรขอพระราชทานความช่วยเหลือ (ฎีกา) จำนวน 11 โครงการ ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ จำนวน 25 โครงการ อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง จำนวน 4 โครงการ และมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 30 โครงการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงาน กปร. แล้ว จำนวน 26 โครงการ และดำเนินการแล้วเสร็จ จำนวน 24 โครงการ อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง จำนวน 2 โครงการ รวมทั้งอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณอีก 4 โครงการ



