ยังคงเป็นเรื่องราวโศกเศร้าของวงการบันเทิงอย่างต่อเนื่อง สำหรับการเตรียมงานบำเพ็ญกุศลศพของอดีตนักแสดงซิทคอมขวัญใจมหาชน “แดนนี่ ศรีภิญโญ” หรือ ดนัย ศรีภิญโญ เจ้าของบทบาท “เจ๊ตุ่ม ระเบิดเถิดเทิง” ที่เสียชีวิตลงอย่างสงบ เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา ตามที่ข่าวได้เสนอไปแล้วนั้น
เพื่อนวงการศิลปินอาลัยร่วมพิธีรดน้ำศพ “แดนนี่ ศรีภิญโญ” ภรรยาร้องไห้ปิ่มขาดใจ

ล่าสุด “กวาง พจนีย์” ภรรยาคู่ชีวิตได้เปิดใจสัมภาษณ์ทั้งน้ำตาถึงวินาทีบีบหัวใจและการต่อสู้กับโรคร้ายที่รุมเร้าสามีในช่วงเดือนสุดท้าย โดยกวางเผยว่า “ตั้งแต่ที่เป็นสโตรกมาหนึ่งครั้งประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว เขาก็กลับมาใช้ชีวิตปกติทั่วไป จนเดือนที่แล้วเขาเริ่มบ่นจุกท้องเหมือนอาหารไม่ย่อยหรือเปล่า เลยไปหาหมอ คุณหมอก็ให้ยามา อาการปวดท้องก็หาย แต่มีความรู้สึกเหนื่อย นอนแล้วก็หายใจเหนื่อยๆ ไม่ค่อยมีแรงสักเท่าไร แล้วก็มาสังเกตว่าปัสสาวะออกมาน้อย เราสังเกตว่าเขาปัสสาวะน้อยมาก ถามเขาก็บอกว่าเพิ่งไปห้องน้ำ คิดว่าเขาน่าจะโกหกไม่อยากบอกอะไรทั้งสิ้น เราพยายามถามเขาทุกวันจนบอกเขา

เราก็พาเขาไปหาหมออีกรอบ คุณหมอเลยเจาะเลือด ตรวจพบว่าเป็นไตวายเฉียบพลันระยะอ่อนแรง หมอบอกว่าเดี๋ยวไปรักษาที่โรงพยาบาลต่อ ก็เลยพาไปที่โรงพยาบาลเดิมบางนางบวช ตรวจอีกรอบเจอโรคหัวใจอีกหนึ่งโรค เกลือแร่ต่ำ เขาก็ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ได้เจอทั้งคุณหมอไตและคุณหมอโรคหัวใจพอดี ก็ถือว่าโชคดี คุณหมอบอกว่าตอนนี้ไตของคนไข้ไม่ค่อยทำงานนะ หัวใจเต้นผิดจังหวะ สามารถทำให้หัวใจดับได้
คุณหมอบอกขั้นตอนการรักษาว่า ถ้าให้ยาแล้วไตดีขึ้นไม่ต้องฟอก ถ้าหัวใจเต้นเบาลง ตอนที่เขาไม่สบายหัวใจเขาเต้นถึง 200 เขาบอกว่าทำอะไรไม่ได้เพราะมันอันตรายต่อคนไข้ ถ้าเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น หรือว่ากระแสไฟที่หัวใจขึ้นอยู่โดยที่พี่แดนนี่มีลมหายใจอยู่ เขาจะใช้เครื่องการช็อตไฟฟ้า แต่เขาไปเจอลิ่มเลือดที่สมองประมาณ 1-3 เซนติเมตร ไม่กล้าที่จะช็อตหัวใจเพราะว่าการช็อตทำให้ลิ่มเลือดไปอุดตันตามจุดอื่น ถ้าเป็นสมองก็จะเป็นอัมพฤกษ์ ถ้าอุดตามแขนขา แขนขาก็จะขยับไม่ได้
มันค่อนข้างที่จะวิกฤติมากขึ้น พี่แดนนี่ก็จะเหนื่อยทุกวันเพราะว่าใช้ท่อออกซิเจนแรงดันสูงใส่ เขาก็ยังเหนื่อย คุณหมอให้ย้ายไปอยู่ห้องไอซียูโรคหัวใจโดยตรง วันนั้นพี่แดนนี่บอกว่าไม่ค่อยไหวกับการหายใจ เพราะว่าเหนื่อยมากเลยใส่ท่อ แต่พี่แดนนี่บอกไว้แล้วว่าเขาขอไม่เจาะคอนะ ถ้าต้องเจาะให้เขาไปเลย พอไปใส่ท่อเขาโอเค พยาบาลบอกว่าคนไข้เหนื่อยมากใส่ท่อแล้วและให้ยานอนหลับแล้ว เพราะคนไข้ไม่ได้พักเลย
อีกวันหนึ่งพาไปเอกซเรย์ ปอดเริ่มดีแล้วน้ำไม่ท่วมปอดเยอะทีซีสแกนแล้วโอเค ช่วงรอยแตกที่คิดว่าจะเป็นสโตรกอีกรอบหนึ่ง อันนั้นเป็นรอยเก่าไม่ใช่รอยแตกใหม่ วันที่เข้าไอซียูแขนขาด้านซ้ายไม่ขยับแล้ว ไตก็เริ่มไม่ทำงาน คุณหมอบอกว่าถ้าเกิดวิกฤติอาจจะต้องปั๊มหัวใจหรือช็อตไฟฟ้า คุณหมอบอกยังไงขอให้เขารักษาเต็มที่ มาอีกวันเขาเริ่มเบลอไม่รู้สึกตัว เริ่มยกแขนแบบคอนโทรลตัวเองไม่ได้ เราเห็นแล้วว่าไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่

เราก็บอกคุณหมอว่าถ้าหากเกิดอะไรขึ้นโดยที่เราไม่อยู่ เพราะเขาไม่ให้เฝ้า ถ้าเกิดมีอะไรเกิดขึ้นให้โทรฯ หาเราก่อน ถ้าเกิดเขาไปแล้ว ขอให้ปั๊มหัวใจครั้งเดียวเท่านั้น ไม่อยากให้เจ็บมาก วันสุดท้ายคือวันที่ 20 เราจะไปโรงพยาบาลตอนเช้า น้องพยาบาลโทรฯ มาบอกว่า อยู่ไหนคะ คนไข้ไม่ค่อยโอเคตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว คือเราจะรักษาต่อไหมในการฟอกไต 24 ชั่วโมง เราถามว่าการฟอกไตช่วยอะไรได้บ้าง เขาบอกว่าช่วยอีกทางเลือกหนึ่งให้ไตคนไข้ทำงานขึ้น แต่ข้อเสียคือเขาอาจจะดับไปเลย เพราะในการฟอกเลือดมันใช้พลังงานสูง มันสามารถช็อกไปได้เลย เราก็เลยถามไปว่า ถ้าไม่ฟอกไตคนไข้ ทางโรงพยาบาลก็จะให้ยาเต็มโด๊สทุกอย่างรักษาเต็มที่จนกว่าคนไข้จะไม่ไหวเอง
เรารู้สึกว่าปลายทางมันเหมือนกัน เอาที่เขาสบายที่สุด คุณหมอบอกว่าให้เราเข้าไปก่อนได้เลยประมาณ 12.20 น. พอเข้าไปเราเห็นแล้วว่าเขาแทบไม่ตอบสนองอะไรแล้ว เราเลยบอกว่า พ่อ แม่มาเยี่ยมนะ เราบอกว่า ไม่ต้องห่วงนะเดี๋ยวแม่จะดูแลลูกเต็มที่ หน้าที่ของคุณพ่อคือนอน ทำตามที่คุณหมอบอก ส่วนคุณหมอจะมีหน้าที่รักษาคุณพ่อเต็มที่เหมือนกัน ที่นี่คุณหมอและพยาบาลเต็มที่เหมือนกัน เขาก็ไม่ตอบสนอง
เขาลืมตาแต่ม่านตาไม่ได้ขยับแล้ว เราบอกคุณพ่อโอเคนะ คุณพ่อตั้งสตินะ พูดตามคุณแม่นะ พุทโธ พุทโธ คุณพ่อไม่ได้ขยับตา แต่แม่รู้ว่าหูคุณพ่อได้ยินแม่ พุทโธ พุทโธ นะ ลูกแม่จะดูแลเต็มที่ไม่ต้องห่วง หลับไปเลย ไปกับพุทโธแล้วพ่อตื่นมา คุณพ่อจะแข็งแรง และจะได้กลับบ้านกัน พอสิ้นสุดคำว่าพุทโธตามแม่นะ พ่อตื่นจะได้แข็งแรงแล้วจะได้กลับบ้านกัน เขาก็ไป พยาบาลก็บอกว่าไม่ปั๊มหัวใจใช่ไหมคะ เขาจับชีพจรไม่เต้นแล้ว เขาไปสบายแล้ว เขาไม่อยู่แล้ว ต่อให้แข็งขนาดไหนทุกๆ วันมันเหมือนน้ำที่ปริ่มแล้ว มันพร้อมที่จะล้นออกมาแต่เราต้องเอาความเข้มแข็งออกมา เพราะเดี๋ยวเขาจะห่วง พยายามฮึบและหันหลัง โอเคคุณพ่อไปสบายนะเดี๋ยวกลับบ้านแหละ
วันแรกที่พี่แดนนี่รู้สึกว่าตัวเองป่วย เขามีสติตลอดเวลา คุณหมอครับผมอยู่ที่นี่เลยนะ จนกว่าผมจะหาย เขามีหวัง เขาน่าจะรู้สึกเหนื่อย จนเขาพูดว่า แม่ พ่อน่าจะเป็นโรคหัวใจนะ แต่เรารู้แล้ว เราบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวมันหายได้ โรคหัวใจใครก็เป็น มันก็หายได้ ไตวายเฉียบพลันก็หายได้ เขาเป็นคนปากแข็งก็อึดไว้ ซึ่งตอนที่ทราบว่าแดนนี่เป็นโรคหัวใจและไตวายเฉียบพลัน มันต้องสุดกำลังที่เราจะมี เราต้องหาคำพูดทุกอย่างที่จะทำให้คนไข้โอเคไปให้ได้ ถามว่าคุยกับลูกไหมไม่คุย ล่าสุดวันสุดท้ายถามว่าพี่จะให้ลูกมาเยี่ยมไหม เขาบอกว่าไม่ดีกว่าให้เอวาจำพ่อในภาพที่ดี ในภาพที่พ่อไม่ต้องใส่นู่นนี่ แต่ก่อนที่พี่แดนนี่ไปโรงพยาบาล เขาบอกลูกว่าเดี๋ยวพ่อไปรักษาตัวให้หายก่อน เอวาก็บอกว่าโอเคหายไวๆ นะคุณพ่อ
คือเขาไม่อยากให้ลูกเห็นเขาตอนป่วย เราก็พยายามถาม คุณหมอไม่ให้โทรศัพท์เพราะในห้องนั้นคุณหมอไม่ใช้โทรศัพท์ คือถ้าเขาได้ยินเสียงลูก เขาจะร้องไห้จะเก็บอาการไม่ได้ ถามว่าแดนนี่ห่วงที่สุดคืออะไร ลูกอย่างเดียวเลย ในบ้านเขาสั่งไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ทำทุกอย่างแบบทุกรายการที่เขาพูดเลย เขาเคยบอกกับพี่สาวอีกคนว่า ถ้าเอวาเรียนจบ ม.6 เขาก็โอเค ก็ไม่เสียชาติเกิดละ แล้วที่เหลือแม่ก็ทำตามที่พ่อบอกไว้แล้วกัน
ส่วนลูกสาวเมื่อวานเอวาก็ช็อกนิดนึง เขาบอกว่าหนูยังไม่อยากพูดนะ เราบอกว่าตอนนี้เราต้องทำหน้าที่แทนคุณพ่อนะ เพราะว่าคุณพ่อมีแต่คนรัก คุณพ่อเป็นนักแสดงที่หลายๆ คนชื่นชอบ แล้วก็มีเอฟซีคุณพ่อ สิ่งที่เราสองคนควรมี เดี๋ยวเรากลับไปกอดกันร้องไห้ที่บ้าน ตอนนี้เรารับแขกก่อนนะ เข้มแข็งให้พ่อเห็นว่า เราสองคนแกร่ง เก่ง พ่อไม่ห่วงแล้ว เดี๋ยวเรากลับไปกอดกันที่บ้าน แล้วที่เห็นน้องเอวาโบกมือให้พ่อ อันนั้นคือเขารู้สึกโอเคแล้ว หนูพร้อมแล้ว เข้าไปนั่งกับคุณยาย หนูพร้อมไปรับแขกแล้ว เขาเดินมาแล้วเขาก็บ๊ายบายให้เลย สำหรับกำหนดการเบื้องต้น ฌาปนกิจวันพฤหัสบดี ประมาณ 15.00 น.
หลังจากนี้เราวางแผนว่า จะทำในสิ่งที่ชอบไปเรื่อยๆ จริงๆ กวางทำได้ทุกอย่าง โลกออนไลน์หาเงินง่ายมาก แต่ว่าเราพยายามหน่อย ก่อนหน้านี้พยายามสร้างตัวตนของเราขึ้นมา เพราะถ้าวันหนึ่งถ้าไม่มีพี่แดนนี่ เขาจะรู้จักคำว่าเอวา หรือลูกกวาง เขาจะได้รู้จักว่าคนนี้เมียแดนนี่ เขาจะได้รู้จักนี่คือเอวาโฮม ครอบครัวของพี่แดนนี่ ส่วนสิ่งที่พี่แดนนี่ทำไว้ เราวางแผนไว้เพราะพี่แดนนี่สร้างโกดังไว้อีกรอบ เพื่อจะเอาของเก่ามาจัดแสดง ที่เราอยู่คือตำบลป่าสะแก เขาจะมีพวกคณะมาดูงานกัน เพราะว่าที่นี่เป็น อบต.ดีเด่น จะมีจุดเช็กอินให้คณะที่มาดูงาน และจุดเช็กอินอีกที่หนึ่งเป็นของพี่แดนนี่เป็นเอวาโฮม คือที่ของเขานะ พ่อไม่ต้องห่วงนะ ที่นี่จะดัง แม่จะทำให้ที่นี่เป็นที่รู้จัก
พี่แดนนี่เป็นตัวอย่างในการใช้ชีวิตที่พอเพียง ถามว่าเราภูมิใจในคู่ชีวิตเราอย่างไรบ้าง ตั้งแต่แต่งงานอยู่ด้วยกันมา เขาไม่เคยนอกลู่นอกทางเป็นคนที่รักครอบครัวมากๆ เขาไม่เคยไปไหน ถ้าเกิดมีงานจ้างที่ต้องค้างคืน เขาไม่รับ เงินเป็นสิ่งสำคัญ แต่ว่าเขาก็ไม่รับ เขาอยากอยู่บ้าน เรามีแค่นี้ก็กินแค่นี้ เขาไม่อยากไปไหน กลัวลูกคิดถึง เขาต้องสวดมนต์กับลูกทุกคืนก่อนนอน ก็อยากจะบอกเขาว่า แม่จะทำให้ทุกอย่างดีตามที่แม่พูดไว้ ไม่ต้องห่วงแม่แข็งแรงพอ แม่จะเสียใจตอนนี้แป๊บนึง เดี๋ยวทุกอย่างมันจะดีขึ้นเรื่อยๆ แม่จะทำทุกอย่างให้ออกมาดีไม่ต้องห่วง เราจะดูแลลูกให้ดี ดูแลทุกอย่างเลยไม่ต้องห่วง”




ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Pojjanee Sripinyo



