เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ผู้แทนภาคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มิสเตอร์ จิม เรื่องผู้นำประเทศที่ติดดิน เนื้อหาระบุว่า
ความเชื่อมั่นของประชาชนจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ต้องพึ่งไอโอ ไม่ต้องมัวสร้างภาพ เมื่อผู้นำติดดิน ไม่หยุดแค่ “เห็นปัญหามา” แต่เปลี่ยนมันเป็น “ผลลัพธ์ที่มีอยู่จริง” ในชีวิตของประชาชนที่อยู่รอด อยู่ไหว อยู่ดี มั่นคงปลอดภัยเป็นธรรมในทุกพื้นที่

1.ผู้นำสามัญชน ในภาพที่คนไทยจำนวนมากคุ้นตา ความเป็นธรรมดา ใส่เสื้อธรรมดา ท่าทางธรรมดา เข้าถึงประชาชนคนธรรมดาเดินไม่เน้นเวที ไม่เน้นพิธีการ ไม่เว้นระยะห่างประชาชน เข้าหาประชาชนก่อน ไม่ต้องรอให้ประชาชนเข้าหา ภาพเหล่านี้ไม่ใช่เพียงภาพข่าวแต่คือ “สัญญาณบางอย่าง” ที่ประชาชนรับรู้ได้ทันทีว่า “เขามาจริง…ไม่ได้แค่สั่งจากข้างบน” วันที่ผู้นำ “เดินเข้าไปหา” ไม่ใช่ “รอให้ประชาชนเข้าหา” ในหลายพื้นที่ที่เผชิญน้ำท่วม เราไม่ได้เห็นเพียงคำสั่งจากส่วนกลาง ในวันที่มีการสู้รบชายแดน เราไม่ได้เห็นเพียงการยืนสั่งการหลังโพเดียม ในวันที่วิกฤตพลังงาน เราไม่ได้เห็นเพียงเขายืนอยู่หลังไมค์หน้ากล้อง เราเห็นผู้นำเดินเข้าไปในจุดที่ลำบากที่สุด นั่งท้ายรถกินกล้วยทอดที่ตกพื้น เราเห็นผู้นำเดินเข้าจุดที่อันตรายที่สุดของการสู้รบและเราเห็นผู้นำเดินเข้าไปอยู่ในจุดหน้างาน หน้าหัวจ่ายเติมน้ำมันให้ประชาชน เขาไม่ได้เริ่มจากโพเดียมและหลังไมค์หน้ากล้องของสื่อ แต่เริ่มจาก “การยืนอยู่ข้างประชาชน” โดยไม่รอให้ประชาชนต้องเดินมาหาเขา เสียงสะท้อนจากชาวบ้านจึงไม่ผ่านรายงานราชการ แต่เป็นเสียงจริง ตรง และบางครั้งก็เจ็บ การรับฟังแบบนี้ ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งรู้สึกว่า “พูดแล้วมีคนฟังจริง ทุกข์อยู่มีคนยืนเคียงข้าง”
2.ความเร็วแบบ “ผู้นำภาคสนาม” ในโลกที่ปัญหาเกิดเร็ว ความล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ การลงพื้นที่เร็ว การสั่งการแบบเร่งด่วนในบางเหตุการณ์ การขยับของระบบราชการที่ “เร็วขึ้น” เมื่อมีแรงขับจากข้างบน นี่คือจุดแข็งของผู้นำแบบภาคสนามคนเดินดิน และทำให้ประชาชนบางส่วนเริ่มรู้สึกว่า “รัฐทำงานนะ”
3.แต่ทำไม…ความเชื่อมั่นยังไม่เกิดทั้งประเทศ? แม้จะมีภาพเหล่านี้เกิดขึ้นจริง แม้จะมีผลลัพธ์บางส่วนที่เริ่มจับต้องได้ แต่ความจริงอีกด้านหนึ่งคือ ความสำเร็จยัง “เกิดเป็นจุด ๆ” ยังไม่ “เชื่อมเป็นระบบทั้งประเทศ” วันนี้คนบางส่วนรู้สึกดีขึ้น แต่คนอีกจำนวนมากยังไม่รู้สึกว่า “ประเทศกำลังดีขึ้นอย่างชัดเจน”
4.ปัญหาไม่ใช่ “ไม่มีผลงาน” แต่คือ “ผลงานยังไม่ถูกเห็นและเชื่อ” เมื่อมองลึกลงไป จะพบว่า ผลลัพธ์มีแล้ว…แต่กระจาย การทำงานมีจริง…แต่ไม่ถูกเล่าให้เข้าใจ ความสำเร็จมีอยู่…แต่ยังไม่ถูกตรวจสอบได้ง่าย จึงยังไม่กลายเป็น “ความเชื่อมั่นร่วมของประเทศ”
5.ตัวอย่าง “ผลงานที่เริ่มถูกเห็นและเชื่อ” แต่ยังต้องขยายผล แม้ยังไม่ครบระบบ แต่มีสัญญาณที่สำคัญ คือ 1. การตอบสนองภัยพิบัติที่เร็วขึ้นในหลายพื้นที่ ประชาชนเริ่มเห็นว่า เมื่อเกิดเหตุ รัฐ “มาเร็วขึ้น” จะทำให้ความเชื่อเริ่มก่อตัวในระดับพื้นที่ 2. การสั่งการตรงถึงรัฐมนตรีว่าการ ผู้ว่าฯ และหัวหน้าหน่วยงานท้องถิ่น ทำให้หลายปัญหาจะ “ไม่ค้างอยู่ในขั้นตอน” ทำให้เกิดความเชื่อใน “ความเอาจริง” 3. การเข้าถึงประชาชนโดยไม่ผ่านพิธีการ ลดช่องว่างระหว่างรัฐกับประชาชน ทำให้เกิดความรู้สึก “ใกล้และจริง” แต่ทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียง “เมล็ดของความเชื่อมั่น” ยังไม่ใช่ “ระบบของความเชื่อมั่น”

6.บทเรียนของผู้นำติดดิน การลงพื้นที่ทำให้ “เห็นปัญหา” แต่การสร้างระบบทำให้ “แก้ปัญหาเดิมซ้ำ ๆ ได้อย่างยั่งยืน” การเป็นผู้นำคนธรรมดาทำให้ “คนเชื่อใจ” แต่การเชื่อมข้อมูลและผลลัพธ์ให้เห็นทั้งประเทศทำให้ “คนเชื่อมั่น” เพราะสำหรับประชาชน ความมั่นคงของประเทศ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่ใช่เรื่องนามธรรม แต่มันเริ่มต้นจากคำถามง่าย ๆ ว่า “คืนนี้…ฉันจะกลับบ้านอย่างปลอดภัยหรือไม่” ไม่ว่าจะเป็นในที่เปลี่ยว…หรือแม้แต่ในที่ที่ควรจะปลอดภัยที่สุด และในอีกด้านหนึ่ง โจทย์ที่ท้าทายไม่แพ้กันของทุกรัฐบาล คือ “ปัญหาปากท้อง” และ “ค่าครองชีพ” คำถามที่ประชาชนเผชิญในทุกวันคือ “พรุ่งนี้…ฉันจะอยู่ไหวหรือไม่”
7.ทางไปต่อ…จาก “ผู้นำติดดิน” สู่ “รัฐบาลติดดิน” โจทย์ในวันนี้จึงไม่ใช่ “จะลงพื้นที่อีกกี่ครั้ง” แต่คือ จะทำอย่างไรให้ทุกครั้งที่ลงพื้นที่ กลายเป็น “ข้อมูล” กลายเป็น “คำสั่ง” ทำให้เกิด “ผลลัพธ์” ผ่าน “การตรวจสอบได้” และเห็นประจักษ์ทั่วไป เมื่อวันนั้นมาถึงสิ่งที่ประชาชนเคยรู้สึกว่า “เขามาจริง” จะยกระดับเป็น “ระบบของรัฐบาลนี้…ทำงานจริง” เวลาและโอกาสเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องมือให้ได้พิสูจน์ผู้นำติดดินที่มีความสามารถอยู่เต็มกำลัง
กล่าวโดยสรุป วันนี้ เราเห็นแล้วว่า ผู้นำติดดิน “ไปถึงประชาชน” แต่วันข้างหน้า โจทย์สำคัญกว่าคือทำอย่างไรให้ “ระบบของรัฐบาล” ไปถึงประชาชน…แม้ในวันที่ผู้นำติดดินไม่ได้อยู่ตรงนั้นและเมื่อถึงจุดนั้น ความเชื่อมั่นจะไม่ต้องสร้างภาพ แต่มันจะ “เกิดขึ้นเอง…จากหัวใจของประชาชน”



