ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) กสทช. เมื่อวันที่ 22 เม.ย. มีการพิจารณาวาระ คำขอสนับสนุนงบประมาณจากกองทุน  ทำระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน ( เซลล์ บรอดแคสต์) ผ่านช่องทางอื่น คือ กล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต( ไอพีทีวี) หลังจากสำนักงาน กสทช.ได้รับแจ้งจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ว่า ต้องการให้ระบบเตือนภัยสามารถแจ้งเตือนผ่านกล่องอินเทอร์เน็ตไปยังโทรทัศน์ได้ด้วย เพิ่มเติมจากระบบเตือนภัยผ่านโทรศัพท์มือถือ   โดยกำหนดงบประมาณสนับสนุนให้รายละ 60 ล้านบาท เพื่อในการทำระบบหลังบ้าน เชื่อมต่อกับระบบที่มีอยู่  โดยให้นำรายจ่ายมาหักลดหย่อนงบ ยูโซ่ของสำนักงาน กสทช. 

ทั้งนี้ที่ประชุมบอร์ด ได้มีการถกเถียง ถึงความจนเป็นถึงความจำเป็น  และตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมถึงมีการเสนอเพียง 3 ราย คือ ประกอบด้วย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการกล่อง เอไอเอส เพลย์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการกล่อง  ทรู ไอดีและ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที เท่านั้น พร้อมสอบถามว่า การเสนอเพียงสามรายจะเป็นการเอื้อประโยชน์เฉพาะรายหรือไม่ และปัจจุบัน มีผู้ให้บริการในตลาดจำนวนเท่าไร หากจะดำเนินการต้องให้เท่าเทียมกันทุกรายหรือไม่ ไม่เช่นนั้นอาจถูกข้อครหาว่า “ฝนตกไม่ทั่วฟ้า” ได้

สุดท้ายแล้วที่ประชุมบอร์ด จึงได้มีความเเห็นร่วมกันว่า ให้ ถอนวาระนี้ออกไปก่อน และให้สำนักงานฯ ไปทำรายละเอียดต่างๆที่ครอบคุมแล้วกลับมานำเสนอกับที่ประชุมพิจารณาอีกครั้ง  โดยหากจะมีการทำระบบแจ้งเตือนผ่านกล่องทีวี ควรทำทุกระบบ ทั้งระบบเคเบิล รวมถึงกล่องทีวีดิจิทัลอื่นอย่าง สามารถ , จีเอ็มเอ็มแซด , และ เอเจ ดังนั้นการเสนอสนับสนุนงบประมาณทำเฉพาะ ไอพีทีวี เพียงไม่กี่รายอาจเป็นการเลือกปฏิบัติ จึงให้ ไปทบทวนแนวทางการทำระบบแจ้งเตือนผ่านทีวีใหม่ ให้ครอบคลุมทั่วถึง ตามที่ ปภ. ได้ร้องขอมา

พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ  กรรมการ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง  กล่าวในที่ประชุมว่า การทำจัดโครงการระบบเตือนภัยยินดีที่สนับสนุน เพราะเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่อยากให้ทางสำนักงาน กสทช.ไปจัดทำข้อมูลและสำรวจว่าผู้ให้บริหารกล่องที่มีอยู่จำนวนเท่าไร รวมถึงช่องทางอื่นๆ เช่น ดาวเทียมด้วย เพราะอยากให้เกิดการทั่วถึงและไม่ถูกมองว่าเลือกปฎิบิติ ซึ่งหากจะต้องใช้งบประมาณที่มากกว่า 180 ล้านบาท ก็ยินดีที่จะพิจารณาหากประชาชนได้รับประโยชน์จากโครงการนี้