เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมชี้แจงแนวทางการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิครูเอกชน ว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้หารือร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รวมถึงสถานพยาบาลและโรงพยาบาลของรัฐกว่า 700 แห่งทั่วประเทศ เพื่อยกระดับระบบสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนเอกชน ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับครูเอกชนทั่วประเทศ เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ครูเอกชนที่เข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของรัฐที่เข้าร่วมโครงการ จะไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลล่วงหน้าอีกต่อไป จากเดิมที่ต้องออกเงินเองก่อนแล้วจึงนำเอกสารมาเบิกคืนภายหลัง ซึ่งสร้างภาระและความเดือดร้อนให้แก่ครูจำนวนมาก
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ระบบใหม่จะใช้รูปแบบเบิกจ่ายตรงแบบเคลียริ่งเฮาส์ ผ่าน สปสช. โดยกองทุนจะเป็นผู้สำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ก่อน และดำเนินการชำระเงินกับสถานพยาบาลโดยตรง ช่วยลดขั้นตอน เพิ่มความสะดวก และลดภาระทางการเงินให้กับครูเอกชนด้วย ดังนั้นเรื่องนี้ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของความสำเร็จ และเป็นความร่วมมือสำคัญระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับ สปสช. ในการพัฒนาระบบสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ อย่างไรก็ตามการประชุมครั้งนี้ได้เชิญสถานพยาบาลของรัฐเข้าร่วมรับฟังและทำความเข้าใจแนวทางการเบิกจ่ายตรง เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โดยขณะนี้มีสถานพยาบาลของรัฐเข้าร่วมแล้วกว่า 700 แห่ง ครอบคลุมทั่วประเทศ และยังเปิดโอกาสเชิญชวนสถานพยาบาลภาครัฐเข้าร่วมเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง
“ระบบเบิกจ่ายตรงดังกล่าวจะช่วยให้ทั้งครูเอกชนและสถานพยาบาลได้รับความสะดวกมากขึ้น ขณะที่สถานพยาบาลยังได้รับเงินตามสิทธิประโยชน์เช่นเดิม นับเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของครูเอกชนทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม” นายประเสริฐ กล่าว



