วานนี้ (20 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีสาววัยรุ่นกุเรื่องหลอกพ่อแม่ว่ามีอาการป่วยร้ายแรงเป็นเวลานานถึงปีครึ่ง เพราะเธอไม่อยากไปโรงเรียน
สำนักข่าวออนไลน์ “แมช” ของรัสเซียเผยเรื่องราวประหลาดผ่านบนแพลตฟอร์มเทเลแกรม ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียยอดนิยมของรัสเซีย โดยเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครอบครัวของสามีภรรยาคู่หนึ่งและลูกสาววัย 14 ปีในกรุงมอสโก พ่อแม่คู่นี้พยายามพาลูกสาวไปตรวจรักษารักษาอาการป่วยขั้นรุนแรงมานานกว่าปีครึ่ง แต่ก็ไม่พบสาเหตุ
ผู้เป็นแม่เล่าว่า จู่ๆ ลูกสาววัย 14 ปีของเธอก็เริ่มมีเลือดไหลออกมาจากร่างกายในวันหนึ่ง และอาการก็ดูจะแย่ลงเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป โดยระบุว่า มีช่วงหนึ่งที่ลูกสาวของเธอ “มีเลือดไหลออกมาจากทุกส่วนของร่างกาย” ไม่ว่าจะเป็น จมูก, ตา, หู, หน้าอก, ช่องคลอดหรือแม้กระทั่งสะดือ
พ่อแม่ของวัยรุ่นสาวรีบพาเธอส่งห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลอยู่หลายครั้ง สาวน้อยได้รับการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ตั้งแต่ตรวจอัลตราซาวนด์ ส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร และส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ แต่ผลตรวจกลับออกมาปกติทุกอย่าง จนมีอยู่ช่วงหนึ่งที่แพทย์ถึงขั้นสั่งตรวจหาตัวบ่งชี้มะเร็ง ทว่าผลตรวจก็ยังคงออกมาเป็นลบ ซึ่งก็คือไม่พบเชื้อมะเร็ง
หลังจากตระเวนเข้าออกโรงพยาบาลเพื่อหาคำตอบมานานถึง 1 ปี 6 เดือน ในที่สุดครอบครัวของเด็กหญิงวัย 14 ปีรายนี้ ก็เริ่มสังเกตเห็น “รูปแบบที่แปลกประหลาด” ในอาการป่วยของลูกสาว โดยเธอจะเริ่มป่วยหนักเสมอเมื่อถึงช่วงเปิดเทอมในเดือนกันยายน จากนั้นอาการเลือดออกจะค่อยๆ บรรเทาลงในช่วงปิดเทอมย่อย และจะหายเป็นปลิดทิ้งในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน เมื่อนำเรื่องราวมาปะติดปะต่อกัน พ่อแม่จึงตระหนักได้ทันทีว่า ลูกสาวของพวกเขากำลังกุเรื่องป่วยขึ้นมาเพื่อหลีกเลี่ยงการไปโรงเรียน
รายงานจากสำนักข่าวแมชระบุว่า แม้จะเห็นรูปแบบดังกล่าว แต่ผู้เป็นแม่ก็ยังคงไม่ยอมเชื่อว่าลูกสาวจะกล้าทำร้ายร่างกายตัวเอง แล้วนำเลือดมาทาตามส่วนต่างๆ เพื่อให้ดูเหมือนมีเลือดไหลออกมาจากทวารและช่องเปิดต่างๆ ของร่างกาย เธอจึงยังคงพาลูกสาวไปพบแพทย์อยู่เรื่อยๆ โดยหวังว่าจะได้คำตอบว่าเป็นเพราะสาเหตุอื่น
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนตั้งข้อสงสัยว่า เด็กสาวรายนี้อาจกำลังเผชิญกับ ภาวะ “ป่วยทิพย์” หรือโรคแสร้งป่วย (Munchausen syndrome) ซึ่งเป็นอาการป่วยทางจิตชนิดหนึ่งที่ผู้ป่วยจะจงใจทำให้ตัวเองมีอาการบาดเจ็บหรือล้มป่วย เพื่อเรียกร้องความสนใจและความห่วงใยจากคนรอบข้าง
ทั้งนี้ แม้ว่าเด็กสาวคนดังกล่าวจะขาดเรียนไปเป็นส่วนใหญ่ตลอดระยะเวลาปีครึ่งที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันเธอก็ยังไม่ได้ถูกไล่ออกจากโรงเรียนแต่อย่างใด
ที่มา : odditycentral.com
เครดิตภาพ : Generated by Gemini



