สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ว่าแถลงการณ์จากผู้เชี่ยวชาญสหประชาชาติด้านชนกลุ่มน้อย, วัฒนธรรม, การพัฒนา, การศึกษา, ความคิดเห็นและการแสดงออก, การชุมนุมและสมาคม, ที่อยู่อาศัยและการไม่เลือกปฏิบัติ และศาสนาหรือความเชื่อ ทั้ง 8 คน ได้แสดงความกังวลต่อกฎหมายฉบับใหม่ของจีน ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ค.

ข้อกังวลหลัก ได้แก่ ถ้อยคำที่คลุมเครือ รวมถึงการห้ามการกระทำที่ “บ่อนทำลายความเป็นเอกภาพทางชาติพันธุ์” ซึ่งพวกเขาเตือนว่า อาจทำให้ทางการสามารถปราบปรามเสรีภาพในการแสดงออก การทำงานทางวิชาการ และการปฏิบัติทางวัฒนธรรม ผ่านการตีความที่กว้าง หรือตามอำเภอใจได้

ด้านการศึกษา กฎหมายกำหนดให้ส่งเสริมภาษาจีนกลางเป็นภาษาหลักในการเรียนการสอน ซึ่งอาจจำกัดภาษาของชนกลุ่มน้อยในโรงเรียน โดยอาจกัดเซาะความหลากหลายทางภาษา และบั่นทอนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่

นอกจากนั้น กฎหมายอาจก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเสรีภาพทางวัฒนธรรม และศาสนา เนื่องจากส่งเสริม “การชำระล้างศาสนา” และการเปลี่ยนแปลงแนวปฏิบัติทางวัฒนธรรม ขณะที่การส่งเสริม “ชุมชนบูรณาการ” ยังถูกมองว่า ส่งผลกระทบต่อทางเลือกด้านที่อยู่อาศัย และการจัดระเบียบทางสังคม

ผู้เชี่ยวชาญแสดงความกังวลว่า กฎหมายฉบับนี้อาจขัดแย้งกับพันธกรณีของจีน ภายใต้สนธิสัญญาต่าง ๆ เช่น กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ซึ่งคุ้มครองการมีส่วนร่วมทางวัฒนธรรม สิทธิทางการศึกษา และการไม่เลือกปฏิบัติ.

เครดิตภาพ : AFP