เมื่อวันที่ 23 เม.ย.69 นายสิงห์ชัย เรืองขจร ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยนายอิทธิพันธ์ ขาวละมัย ผู้ทรงคุณวุฒิสภาเกษตรกร ได้เดินทางไปที่ท่าข้าวเทพประสิทธิ์ หมู่ 5 ต.แคออก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามการรับซื้อข้าวจากเกษตรกรในโครงการตลาดนัดของกระทรวงพาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผลผลิตปี 2568 ช่วยเหลือเกษตรกร ในช่วงวันที่ 20-24 เมษายน 69 มีนางนิภาภรณ์ เรณูหอม นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายมิ้ง สุทธาจินดาเขต เจ้าของท่าข้าวเทพประสิทธิ์ กำลังให้คำแนะนำเกษตรกรและเจ้าของโรงสีที่มาร่วมรับซื้อ โดยพบว่าการค้าขายข้าวของเกษตรกรเป็นไปด้วยความคึกคัก เกษตรกรนำรถบรรทุกข้าวเปลือกเต็มคันมาลงทะเบียนและเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจเช็คสภาพข้าวและต่อรองราคาจากตัวแทนโรงสีต่างๆที่มาให้ราคาเกษตรกร ซึ่งมีอยู่ 6 แห่งมาให้ราคา

นายสิงห์ชัย กล่าวว่า จากการสังเกตการณ์พบว่า เกษตรกรสามารถขายข้าวได้ในราคาตั้งแต่ 6,400 -7,500 บาทต่อตัน แล้วแต่เปอร์เซ็น ซึ่งพบว่าเกษตรกรนำข้าวมาขายส่วนใหญ่ได้ราคาน้อย เนื่องจากมีความชื้นสูงมากถึง 23 เปอร์เซ็น แต่อย่างไรก็ตามการนำข้าวมาขายในโครงการตลาดนัดของกระทรวงพาณิชย์ ก็ทำให้ได้ราคาที่สูงกว่าราคาประกาศต่อวัน ตันละ 100 บาท ซึ่งจากสภาพของอากาศและข้าว ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ยังอยากให้ราชการเพิ่มราคามากกว่านี้ หรือให้ ธกส.มาจัดตลาดนัดข้าวเปลือก ซึ่งที่ผ่านมาจะได้มากเพิ่มจากราคาประกาศถึง 300 บาท อย่างไรก็ตามทางพาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็ได้เพิ่มแรงจูงใจ โดยแจกข้าวสารวันละ 5 ก.ก.ให้กับเกษตรกรที่นำข้าวไปขาย 1 ราย และเกษตรกรยังได้รับเงินสดกลับไปทันที ซึ่งปัจจุบันข้าวที่นำมาขายเป็นข้าวเบอร์ 20 50 ระยะเวลาเก็นเกี่ยวสั้นคุณภาพอาจจะไม่ดี ทำให้ได้ราคาน้อย แต่ก็ยังมีข้าวคุณภาพสูงเช่นข้าวพันธ์ กข หรือข้าวหอมปทุม ที่ระยะเวลาการเก็บเกี่ยวนานถึง 120 วัน คุณภาพดีกว่าทำให้ได้ราคาดีด้วย ทำให้เห็นว่าหากเกษตรกรมีการพัฒนาและปลูกข้าวที่คุณภาพดีก็จะได้ราคา แต่ต้องดูแล และลงทุนมากขึ้นตามไปด้วย

default