เมื่อวันที่ 24 เม.ย. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายให้กับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ว่า ได้เน้นย้ำให้ ขบ. คุมเข้มมาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะรถโดยสารสาธารณะ และรถบรรทุก ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งให้ ขบ. พิจารณามาตรการแนวทางในการส่งเสริมการใช้รถ EV ตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งเบื้องต้น ขบ. ได้เสนอปรับลดภาษีการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ สำหรับรถ EV และรถ Hybrid คาดว่าจะจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้รถ EV มากขึ้น

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะเร่งหารือในรายละเอียด ก่อนสรุปว่าจะปรับลดในอัตราเท่าใด ก่อนเสนอกระทรวงคมนาคม และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา และออกเป็นพระราชกฤษฎีกา เพื่อดำเนินการต่อไป ตั้งเป้าหมายจะเริ่มให้ได้ประมาณเดือน มิ.ย.2569 และคาดว่าในปี 2569 จะมีรถใหม่มาจดทะเบียนมากกว่า 3 แสนคัน ทั้งนี้ข้อมูลเดือน ม.ค-เม.ย.2569 มียอดจดทะเบียนเฉลี่ยเดือนละ 2-3 หมื่นคัน โดยปัจจุบันมีรถ EV ที่จดทะเบียนสะสมแล้วกว่า 4.4 แสนคัน อย่างไรก็ตาม ขบ.มีแผนพัฒนาสถานีชาร์จไฟฟ้าในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) โดย ขบ. จะสนับสนุนพื้นที่ และเปิดโอกาสให้เอกชนลงทุนติดตั้งจุดชาร์จด้วย

นอกจากนี้ ขบ. ยังเสนอมาตรการรถแท็กซี่เก่าแลกรถแท็กซี่ใหม่ ให้สอดรับกับนโยบาย “รถเก่าแลกรถใหม่” ของรัฐบาล ซึ่งขณะนึ้แท็กซี่ที่ใช้น้ำมัน และจะหมดอายุใน 3 ปีข้างหน้า มีอยู่ประมาณ 2.7 หมื่นคัน ทั้งนี่ตนจะนำข้อเสนอดังกล่าวหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว

นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ภายใน 4 เดือนนี้ ตนมีนโยบายจัดระเบียบผู้ขับขี่แพลตฟอร์ม (แอปพลิเคชัน) การให้บริการขนส่งให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันมีรถให้บริการผ่านแอปฯ ที่มาจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างสาธารณะ (รย.17 และ รย.18) กับ ขบ. เพียง 18,000 คัน ยังเหลืออีกประมาณ 3.8 หมื่นคัน จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ ขบ.สามารถกำกับดูแลอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการเอาผิดทางกฎหมายกับผู้ขับขี่ เมื่อกระทำผิดต่อผู้โดยสาร เพราะที่ผ่านมาไม่มีการเอาผิดทางกฎหมาย มีเพียงแค่การลงโทษของแอป ที่ให้หยุดขับขี่ อีกทั้งผู้ขับขี่จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะเท่านั้น ที่ผ่านมามีปัญหามีการสวมสิทธิบัญชีผู้อื่นเข้ามาขับรถ

นายสิริพงศ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการเปิดลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือกลุ่มขนส่งใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 24 เม.ย. 2569 จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า มีผู้ลงทะเบียนรวมแล้วกว่า 2 แสนราย จากเป้าหมาย 4-5 แสนราย เนื่องจากผู้ประกอบการบางส่วน ยังติดข้อจำกัดรถรับจ้างที่มีสัญญาจ้าง และไม่พร้อมจะเปิดสัญญา ทั้งนี้หลังจากปิดรับลงทะเบียน ขบ. จะสรุปข้อมูลเสนอไปยังกระทรวงคมนาคม คาดว่าจะเสนอ ครม. ในสัปดาห์หน้า หากเห็นชอบก็จะดำเนินการโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ให้กับผู้ประกอบการขนส่งที่ผ่านการพิจารณาต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการปรับลดภาษีการจดทะเบียนรถใหม่สำหรับรถอีวี และรถไฮบริด ขบ.ได้เสนอปรับลดในอัตรา 80% จากอัตราที่เก็บอยู่ในปัจจุบัน ขณะที่นายสิริพงศ์ มีแนวคิดที่จะให้ยกเว้นภาษีการจดทะเบียนดังกล่าว.



