ในโอกาสที่ นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการและเข้าพบ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ท่ามกลางบรรยากาศความชื่นมื่นทางการทูต แต่มีหนึ่งตัวเลขที่มองข้ามไม่ได้คือ “ตัวเลขการขาดดุลการค้า” ที่ไทยมีต่อจีนพุ่งสูงถึง 2.2 ล้านล้านบาท อะไรคือสาเหตุหลัก และทิศทางหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร?
จีนปรับทิศทางใหม่: จาก “คู่แข่ง” สู่ “คู่ค้าร่วมผลิต”
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า ขณะนี้จีนกำลังอยู่ในช่วงปรับแผนการส่งออกระยะ 5 ปี ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับผู้ประกอบการไทย:
- อดีต: จีนเน้นส่งออกสินค้าสำเร็จรูปราคาถูกเข้ามาแข่งกับไทยโดยตรง
- ปัจจุบัน/อนาคต: เน้นการส่งออกเพื่อความร่วมมือ โดยมุ่งเป้าผลิตร่วมกับ SME และผู้ผลิตรายใหญ่ของไทย
- โอกาส: ผู้ประกอบการไทยจะมีโอกาสเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ ซัพพลายเชน (Supply Chain) ร่วมกับจีน ซึ่งจะช่วยให้เติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีและฐานการผลิตของจีนได้
กางสถิติขาดดุลปี 68-69: ตัวเลขที่ไทยต้องเร่งแก้โจทย์
แม้การค้าระหว่างสองประเทศจะเติบโต แต่ไทยยังคงเผชิญสภาวะขาดดุลการค้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีสถิติที่น่าสนใจดังนี้:
- ปี 2568: ไทยขาดดุลจีนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 67,892.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.2 ล้านล้านบาท) โดยมียอดนำเข้าพุ่งสูงถึง 107,615.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+33.5%) ขณะที่ส่งออกได้เพียง 39,722.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+12.6%)
- ไตรมาสแรกปี 2569: เพียง 3 เดือนแรกของปี ไทยขาดดุลสะสมแล้วกว่า 21,521 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- สถานการณ์ส่งออกล่าสุด (มี.ค. 69): ยอดส่งออกไปจีนหดตัว 1.1% ในรอบ 4 เดือน โดยสินค้ากลุ่มเครื่องคอมพิวเตอร์ ยางพารา และมันสำปะหลังมียอดลดลง
ทำไมเราถึงขาดดุลจีนมหาศาล?
สาเหตุหลักของการขาดดุลไม่ได้มาจากสินค้าอุปโภคบริโภคเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยเชิงโครงสร้างและภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง:
- การนำเข้าสินค้าทุน: ไทยนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบจากจีนจำนวนมากเพื่อใช้ในการผลิตสินค้าส่งออกต่อ
- ผลกระทบจากสงครามการค้า: มาตรการภาษีของสหรัฐต่อจีน ทำให้สินค้าจีนทะลักเข้ามาจำหน่ายในไทยและอาเซียนแทน เพื่อใช้เป็นแหล่งระบายสินค้าทดแทนตลาดสหรัฐ
- การพึ่งพาสินค้าเทคโนโลยี: ไทยนำเข้ากลุ่มเครื่องจักรไฟฟ้าและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
เปิดโผ 5 อันดับสินค้านำเข้าจากจีนที่โตแรงที่สุด
สินค้าที่ไทยนำเข้าจากจีนสูงสุดส่วนใหญ่เป็นสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมและวัตถุดิบ โดย 5 อันดับแรกประกอบด้วย:
- เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ: มูลค่ากว่า 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (โตพุ่ง 79.1%)
- เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ: มูลค่า 1.06 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
- เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน: มูลค่า 7.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- เคมีภัณฑ์: มูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์: มูลค่า 5.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
สถานการณ์นี้สะท้อนว่าไทยกำลังพึ่งพิงสินค้าทุนและสินค้าทุนจากจีนสูงมาก โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลและภาคเอกชนไทยต่อจากนี้ คือการหามาตรการรองรับการไหลเข้าของสินค้าจีนที่มีความรุนแรงมากขึ้น พร้อมกับการเร่งผลักดันให้ไทยขยับสถานะจากการเป็นเพียงผู้ซื้อ ไปสู่การเป็น “พันธมิตรในห่วงโซ่การผลิต” เพื่อเปลี่ยนวิกฤติการขาดดุลให้เป็นโอกาสในการยกระดับอุตสาหกรรมไทยในอนาคต



