น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช  รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายส่งเสริมและพัฒนาสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็ง โปร่งใส และสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือในทุกภาคส่วน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับขบวนการสหกรณ์ พร้อมเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และต่อยอดความสำเร็จร่วมกัน สู่การพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

นอกจากนี้ยังมีมาตรการเร่งด่วนที่ต้องขับเคลื่อนในช่วงสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร ได้แก่ 1. ส่งเสริมสหกรณ์ผลิตปุ๋ยใช้เอง รวมถึงการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพจากน้ำนมดิบ เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี ลดต้นทุนของสมาชิก และเพิ่มประสิทธิภาพการเจริญเติบโตของพืช 2. บริหารจัดการธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงของสหกรณ์ โดยขอความร่วมมือสหกรณ์ที่มีสถานีบริการน้ำมัน วางแผนการจัดหาน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการของสมาชิก โดยให้บริการสมาชิกก่อนลูกค้าอื่น เพื่อให้มั่นใจว่าเกษตรกรมีเชื้อเพลิงเพียงพอต่อการทำการเกษตร พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดทดแทน

 3. สนับสนุนเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) เพื่อเสริมสภาพคล่อง สนับสนุนการดำเนินธุรกิจสหกรณ์ ลดต้นทุนของสมาชิก และกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกลไกสหกรณ์ และ 4. ยกระดับการกระจายสินค้าสหกรณ์ทั่วประเทศ แก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด สร้างอำนาจต่อรอง และเชื่อมโยงสู่ผู้บริโภคโดยตรง โดยพัฒนาการแปรรูป สร้างแบรนด์ ใช้ระบบดิจิทัลบริหารคลังและตรวจสอบย้อนกลับ ควบคู่พัฒนาศักยภาพบุคลากร และจัดตั้งเครือข่ายศูนย์กระจายสินค้า (CDC) ระดับจังหวัดและภูมิภาค