สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ว่า รัฐบาลเปียงยางปิดพรมแดนของเกาหลีเหนือเมื่อเดือน ม.ค. 2563 เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยงานวิจัยและรายงานจากสื่อต่าง ๆ ชี้ให้เห็นว่า เกาหลีเหนือใช้เวลาหลายปีต่อมา ในการเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน

ด้านนักรณรงค์กล่าวว่า การปิดพรมแดนทำให้การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นมานานในเกาหลีเหนือ เลวร้ายลงอีก ซึ่งรัฐบาลเปียงยางถูกมองอย่างกว้างขวาง ว่าเป็นหนึ่งในรัฐบาลที่กดขี่ข่มเหงมากที่สุดในโลก

ล่าสุด รายงานของกลุ่มการทำงานเพื่อความยุติธรรมช่วงเปลี่ยนผ่าน (ทีเจดับเบิลยูจี) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ (เอ็นจีโอ) พบว่า จำนวนการประหารชีวิตและการตัดสินโทษประหารชีวิต เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในเวลาเกือบ 5 ปี หลังจากเกาหลีเหนือปิดพรมแดน เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันก่อนหน้านี้

นับตั้งแต่การระบาดของโรคโควิด-19 ทางการเกาหลีเหนือเพิ่มการใช้โทษประหารชีวิตสำหรับความผิดต่าง ๆ เช่น การบริโภคภาพยนตร์ ละคร และดนตรีของเกาหลีใต้ อีกทั้งการประหารชีวิตที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมต่างชาติ ศาสนา และความเชื่อทางไสยศาสตร์ ก็เพิ่มขึ้น 250% หลังการปิดพรมแดน

นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า การประหารชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ในข้อหาอาชญากรรมทางการเมือง เช่น การวิพากษ์วิจารณ์นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ อาจบ่งชี้ว่า รัฐบาลเปียงยางกำลังตอบสนองต่อความไม่พอใจภายในที่เพิ่มขึ้น หรือเพิ่มความรุนแรงของรัฐบาล เพื่อปราบปรามความไม่พอใจทางการเมือง.

เครดิตภาพ : AFP