เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตลาดรถไฟขอนแก่น แหล่งจำหน่ายทุเรียนรายใหญ่ของจังหวัด หลังเกิดกระแสดราม่ากรณีการไลฟ์สดขายทุเรียนในราคาลูกละ 100 บาท ซึ่งต่อมากระทรวงพาณิชย์ชี้แจงว่าเป็นเพียงโปรโมชั่นของผู้ประกอบการออนไลน์ เพื่อส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ และสอดคล้องกับกลไกตลาด
จากการสำรวจบรรยากาศการซื้อขาย พบว่าไม่คึกคักเท่าปีก่อน ร้านค้าหลายแห่งต้องปรับกลยุทธ์ โดยจัดโปรโมชั่นขายเป็นแพ็กเริ่มต้น 100 บาท เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ เนื่องจากผู้บริโภคมีความระมัดระวังด้านค่าใช้จ่ายมากขึ้น และหันมาเน้นความคุ้มค่าเป็นหลัก
ผู้ประกอบการระบุว่า พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยลูกค้าส่วนใหญ่เลือกซื้อสินค้าที่มีราคาย่อมเยาและปริมาณเหมาะสม ทำให้การขายแบบยกผลหรือแพ็กใหญ่ได้รับความนิยมลดลง และเชื่อว่ากระแสทุเรียนลูกละ 100 บาทจะส่งผลต่อโครงสร้างราคาตลาดในภาพรวม

น.ส.ปุ๊ก พิมศร อายุ 33 ปี เจ้าของร้าน “หลงรักทุเรียน” เปิดเผยว่า ร้านรับทุเรียนมาจากสวนในราคาต้นทุน หากนำมาขายราคาลูกละ 100 บาทแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะต้นทุนต่อกิโลกรัมสูงกว่าระดับดังกล่าวอยู่แล้ว แม้แต่ขายกิโลกรัมละ 100 บาทยังเสี่ยงขาดทุน
“ถ้าขายถูกมากแบบนั้น คนอื่นจะขายยากขึ้น ลูกค้าก็จะไปซื้อของถูกหมด ทำให้ร้านที่ขายราคาปกติเสียโอกาสและขาดทุน” น.ส.ปุ๊ก กล่าว พร้อมระบุว่าช่วงนี้ยอดขายลดลงจากปีก่อนอย่างเห็นได้ชัด แม้ราคาทุเรียนโดยรวมไม่ได้สูงมาก แต่กำลังซื้อของลูกค้าลดลง
ขณะที่ นางสมหมาย ปาณะศรี อายุ 55 ปี เจ้าของร้าน “ทุเรียนต้าวอ้วน” กล่าวว่า การขายทุเรียนราคาต่ำมากจะส่งผลกระทบต่อผู้ค้ารายอื่น โดยเฉพาะร้านที่จำหน่ายทุเรียนเกรดดี เนื่องจากลูกค้าอาจหันไปเลือกสินค้าราคาถูกเป็นหลัก

“ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ค่าขนส่ง น้ำมันก็แพง ร้านค้าหลายแห่งลงทุนสูง แต่ยอดขายกลับลดลง ถ้ามีการขายถูกมาก ๆ ออกมา ก็ยิ่งทำให้ตลาดยิ่งซบลง” นางสมหมาย กล่าว พร้อมระบุว่าร้านต้องใช้เงินลงทุนหลักแสนบาท และอยู่ในภาวะประคองธุรกิจ
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่สะท้อนตรงกันว่า แม้ทุเรียนจะยังเป็นผลไม้ยอดนิยม แต่กำลังซื้อและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางราคาทุเรียนในตลาดช่วงต่อจากนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



