นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สำหรับรายการงบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่ 1 พันล้านบาทขึ้นไป ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคม 4 หน่วยงาน ได้แก่ กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) รวม 19 โครงการ ระยะเวลาดำเนินการปี 2570-2577 รวมวงเงินประมาณ 45,000 ล้านบาท ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ทั้ง 19 โครงการนี้มีความพร้อมจะเริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ 2570 และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี, แผนแม่บทภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ, ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทย ระยะ 20 ปี (2561-2580) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 อย่างไรก็ตามสำหรับ 19 โครงการ ประกอบด้วย 1.ทล. มี 14 โครงการ ระยะเวลาดำเนินการปี 2570-2572 วงเงิน 27,860 ล้านบาท, 2.ทช. มี 3 โครงการ ระยะเวลาปี 2570-2572 วงเงิน 5,498 ล้านบาท

3.ขสมก. มี 1 โครงการ ได้แก่ โครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) จำนวน 800 คัน วงเงิน 8,139.91 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการปี 2570-2577 เพื่อทดแทนรถโดยสารประจำทางอากาศที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรม เนื่องจากมีอายุการใช้งานมากกว่า 30 ปี และ 4. บขส. มี 1 โครงการ ได้แก่ โครงการก่อสร้างและปรับปรุงสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ(จตุจักร) วงเงิน 3,505.63 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวถามว่า การอนุมัติโครงการต่างๆ เหล่านี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานก่อสร้างถนน จะย้อนแย้งกับนโยบายนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเน้นซ่อมบำรุงเส้นทางเดิม มากกว่าการขยายเส้นทางใหม่หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า โครงการมากกว่า 1 พันล้านที่ผ่านความเห็นชอบครั้งนี้ เป็นการเสนอขอตั้งงบประมาณตามกระบวนการจัดทำคำของบประมาณ และเป็นแผนที่เตรียมการไว้ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว ซึ่งนโยบายนายกรัฐมนตรีที่ให้เน้นซ่อมถนน แต่ในส่วนของกระทรวงคมพิจารณาแล้ว เห็นว่าจะดำเนินการสร้างเฉพาะสายทางที่มีความจำเป็น หรือเป็นโครงการที่มีความต่อเนื่อง เพื่อให้การสัญจรแต่ละบริเวณมีความสมบูรณ์ เป็นประโยชน์ในการเดินทางของประชาชน

อย่างไรก็ตามโครงการเหล่านี้ต้องมานำมาจัดทำรายละเอียดคำของบประมาณฯ ในภาพรวมของกระทรวงคมนาคม ซึ่งจะมีการปรับลดในชั้นของสำนักงบประมาณอยู่แล้ว เนื่องจากจะมีกรอบคำขอ และปกติกระทรวงคมนาคมจะทำคำขอไปมากกว่าจำนวนงบที่จะได้รับจัดสรรอยู่แล้ว โดยโครงการที่อนุมัติจาก ครม. ครั้งนี้ ก็อาจจะถูกตัดได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ ทล. 14 โครงการ ประกอบด้วย 1.ก่อสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 230 กับทางหลวงหมายเลข 2131 (แยกบ้านสะอาด) จ.ขอนแก่น 2.ก่อสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 3 ตัดทางหลวงหมายเลข 316 และ 3249 (แยกเขาไร่ยา) จ.จันทบุรี 3.ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 3481 สาย อ.บางน้ำเปรี้ยว-ต.บางขนาก จ.ฉะเชิงเทรา 4.ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4046 สายตรัง-บ.ควนกุน ตอน อ.สิเกา-บ.ควนกุน จ.ตรัง 5.ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 225 สายนครสวรรค์-ชัยภูมิ ตอนนครสวรรค์ ต.เกรียงไกร จ.นครสวรรค์ 6.ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 304 สายแยกปากเกร็ด-ทางแยกต่างระดับนครราชสีมา ตอน บ.เขาหินซ้อน-บ.วัดใหม่ประชุมชน จ.ปราจีนบุรี

7.ก่อสร้างบูรณะทางหลวงหมายเลข 1 สาย ทางแยกต่างระดับบางปะอิน อ.หนองแค จ.พระนครศรีอยุธยา 8.ก่อสร้างทางแนวใหม่เชื่อมทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 6-ทางหลวงหมายเลข 32 จ.พระนครศรีอยุธยา 9.ก่อสร้างมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 แนวใหม่เชื่อมต่อวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตกและตะวันออก จ.พระนครศรีอยุธยา 10.ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 2169 สายยโสธร-อ.เลิงนกทา ตอน อ.กุดชุม-อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร 11.ก่อสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 4 ตัดทางหลวงหมายเลข 3525 (แยกหนองโพ) จ.ราชบุรี

12.ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 221 สาย อ.ศรีรัตนะ-แยกการช่างรวมทางแยกต่างระดับ(แยกการช่าง) จ.ศรีสะเกษ 13.ก่อสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 226 ตัดทางหลวงหมายเลข 2085 ตัดทางหลวงหมายเลข 2086 (แยกกันทรารมย์) รวมสะพานข้ามทางรถไฟ จ.ศรีสะเกษ และ 14.ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 42 สาย บ.คลองแงะ-จุดผ่านแดนถาวรสุไหงโก-ลก ตอน บ.โต้นนท์-บ.บ้านควนหมาก จ.สงขลา

ส่วน ทช. 3 โครงการ ประกอบด้วย 1.ถนนสายแยก ทล. 34 (กม.ที่ 26) เชื่อมกับทางหลวงชนบทสาย ฉช.3001 จ.สมุทรปราการ ในช่วงที่ 2 และ 3, 2.ถนนสายแยก ทช. ชม.3029 ถึงแยกทางหลวงหมายเลข 1006 อ.เมืองเชียงใหม่, สันกำแพง จ.เชียงใหม่ (ตอนที่ 4) และ (ตอนที่ 5) และ 3.ถนนสาย ฌ13 ตอนแผนผังระบบคมนาคมขนส่ง เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จ.ชลบุรี (ตอนที่ 1) และ (ตอนที่ 2)