เมื่อวันที่ 28 เม.ย. นายศักดิ์อนันต์ ปลาทอง นายกสมาคมวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งประเทศไทยและผู้เชี่ยว ชาญด้านสัตว์หน้าดิน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวถึงการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์มูลค่า 1 ล้านล้านบาทของรัฐบาล ว่า หนึ่งในประเด็น EHIA ที่ค้านกับข้อเท็จจริงในการลงพื้นที่ทะเลระนองคือเรื่องสัตว์หน้าดิน มีจำนวน 3,000 ตัว ในพื้นที่บางแห่งแค่ 1 ตารางเมตร หรือ 300-400 ชนิด ส่วน จ.ชุมพร แม้จะสมบูรณ์ไม่เท่าระนองก็พบมากกว่าในรายงาน 100 เท่า นอกจากนี้การศึกษา EHIA ที่ทำแบบแยกส่วน ทั้งท่าเรือแหลมริ่ว และท่าเรือแหลมอ่าวอ่าง เส้นทางคมนาคมทางบกที่ตัดผ่านป่าชายเลน 4 กม.ไปยังแลนด์บริดจ์ ส่งผลให้การประเมินผลกระทบไม่ครอบคลุมหรือมองไม่เห็นผลกระทบ ทั้งที่ความจริงจะมีผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง ลำพังแค่ท่าเรือ 7,000 ไร่เกือบเท่ากับหมู่เกาะพยามที่มีพื้นที่ราว 10,000 ไร่ไปตั้งอยู่กลางร่องน้ำที่สัตว์น้ำต้องไปวางไข่ในป่าชายเลน การขุดลอกร่องน้ำจะรบกวนพื้นโคลนจะทำให้เกิดการฟุ้งกระจายตะกอนที่สะสมเข้าสู่ปากแม่น้ำ น่าแปลกใจว่ารายงาน EHIA ไม่มีการพูดถึงจุดนี้ และไม่มีการพูดถึงหากเกิดน้ำมันรั่วไหลในปากแม่น้ำ รวมทั้งชุมชนชายฝั่งที่จะได้รับกระทบในจากการเคลื่อนย้ายของสัตว์น้ำ
นายศักดิ์อนันต์ กล่าวว่า เราเห็นด้วยว่าควรจะมีโครงการพัฒนา การสร้างเศรษฐกิจ ของประเทศ แต่ตอนนี้เรากำลังทำโครงการขนาดใหญ่ในระบบนิเวศที่อ่อนไหวที่สุดของประเทศ จำเป็นต้องมีการศึกษาที่เข้มข้น และมีมาตรฐาน เพื่อตอบคำถามเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพราะแม้แต่การศึกษาอันดามันมรดกโลก ยังต้องใช้นักวิชาการเชี่ยวชาญที่สุดระดับประเทศเพื่อตอบคำถาม ดังนั้น ถ้าจะแลก ต้องมีงานวิจัยที่ที่สุดและประเมินภัยคุกคาม ข้อมูลในรายงาน EHIA หากไม่ครบถ้วนถูกต้องจะทำให้การคัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และยิ่งถ้าคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณา(คชก.) ผ่านไปได้เท่ากับลดมาตรฐาน EHIA เรื่องนี้ในอนาคตมีโอกาสที่ภาคประชาชนจะเรียกร้องให้เพิกถอนรายงานที่บกพร่องได้



