สำนักข่าวซินหัวรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ว่าสำนักสืบสวนการกระทำทุจริตของสิงคโปร์ (ซีพีไอบี) เปิดเผยว่า สถานการณ์การทุจริตในประเทศยังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ดีเมื่อปี 2568 โดยมีรายงานกรณีการทุจริต 160 เรื่อง ลดลง 10% จาก 177 เรื่องในปี 2567 ส่วนจำนวนคดีที่ขึ้นทะเบียนเพื่อสืบสวนสอบสวนลดลงอยู่ที่ 68 คดี จาก 75 คดีในปีก่อนหน้า


จากคดีทั้งหมด 68 คดี เมื่อปี 2568 พบว่ามีเพียง 1 คดีเท่านั้นที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ ส่วนอีก 22 คดี หรือ 32% เกี่ยวข้องกับกรณีเจ้าหน้าที่ภาครัฐปฏิเสธการรับสินบนจากประชาชน


ขณะที่ตลอดทั้งปี 2568 ศาลดำเนินคดีกับบุคคลรวม 90 คน จากความผิดที่อยู่ภายใต้การสอบสวนของซีพีไอบี โดย 84 คน หรือ 94% มาจากภาคเอกชน และอีก 6 คน ซึ่งคิดเป็น 6% เป็นเจ้าหน้าที่ภาครัฐ


ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา คดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับพนักงานภาคเอกชนมักกระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การก่อสร้าง การผลิต และการขนส่งและคลังสินค้า ซึ่งซีพีไอบีระบุว่า เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเปราะบางต่อการทุจริตมากกว่า


ขณะเดียวกัน การรับรู้ด้านคอร์รัปชันในสายตาประชาชนเมื่อปี 2568 ยังเป็นไปในเชิงบวก โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 98% ประเมินว่าสถานการณ์เกี่ยวกับการทุจริตในสิงคโปร์นั้นอยู่ในระดับดี ดีมาก หรือยอดเยี่ยม ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถามมองว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตราการทุจริตของสิงคโปร์อยู่ในระดับต่ำ ได้แก่ เจตจำนงทางการเมืองที่เข้มแข็ง วัฒนธรรมไม่ยอมรับการทุจริตอย่างเด็ดขาด และกฎหมายปราบปรามการทุจริตที่มีประสิทธิภาพ


ทั้งนี้ ซีพีไอบีจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพต่อคนทุจริต อีกทั้งเสริมสร้างความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและชุมชน เพื่อรักษาสังคมให้ปลอดจากการทุจริตต่อไป.

ข้อมูล : XINHUA

เครดิตภาพ : REUTERS