วันที่ 29 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเวลา 14.00 น. ของวันนี้ จะมีการเผยแพร่ประกาศผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. โดยจะพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปัจจุบันอยู่ที่ 1% และพิจารณาปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ใหม่ ภายหลังได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น
“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” คาดว่า กนง. วันที่ 29 เม.ย. 69 จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1% ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังอยู่ในระดับสูงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดย กนง. คาดว่าจะมีมุมมองรอติดตาม (wait and see) เพื่อประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน สอดคล้องกับท่าทีของธนาคารกลางหลักหลายแห่งทั่วโลก
นอกจากนี้ ประเมินว่า กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1% ตลอดทั้งปี 69 โดยมีมุมมองว่าอุปสงค์ในประเทศยังอ่อนแอ ทำให้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีประสิทธิผลจำกัดในการแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ และอาจยิ่งซ้ำเติมภาวะอุปสงค์ภายในประเทศให้ชะลอลงมากขึ้น
ในขณะเดียวกัน การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมอาจไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่นโยบายการคลังมีแนวโน้มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบและพยุงเศรษฐกิจได้มีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้นโยบายดอกเบี้ยโดยรวม
“ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์” คาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ในการประชุมวันที่ 29 เม.ย. นี้ และมีแนวโน้มจะใช้นโยบายแบบรอติดตามสถานการณ์ (wait and see) ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางและข้อจำกัดโพลิซีสเปซ โดย กนง. ยังไม่มีความจำเป็นต้องเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อตอบสนองต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อในทันที เนื่องจากเสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทยยังแข็งแกร่ง ความเสี่ยงเงินทุนไหลออกรุนแรงอยู่ในระดับต่ำ
ขณะที่เงินบาทที่อ่อนค่าลงยังสามารถบริหารจัดการได้ และจะมีส่วนช่วยภาคส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทอย่างมากในปีที่แล้ว ส่วนเศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง ภาวะการเงินยังตึงตัว สะท้อนจากสินเชื่อที่หดตัวและคุณภาพสินเชื่อที่ยังมีความเสี่ยงสูง ทั้งนี้ ธปท. มีแนวโน้มใช้มาตรการทางการเงินเฉพาะจุดมากขึ้นเพื่อช่วยประคองเศรษฐกิจและบรรเทาผลกระทบต่อภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
“ธนาคารกรุงศรีอยุธยา” คาด กนง. ในวันที่ 29 เม.ย. นี้ จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1% เช่นเดียวกัน แม้แรงกดดันจากเงินเฟ้อด้านต้นทุนเป็นขาขึ้น แต่การประคองเศรษฐกิจยังจำเป็น ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกระทบภาคการผลิต การท่องเที่ยว และกำลังซื้อของครัวเรือน ทางด้านมูดี้ส์ ปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทยขึ้นเป็นมีเสถียรภาพ จากเชิงลบ และคงอันดับเครดิตประเทศที่ Baa1 โดยอ้างถึงความเสี่ยงจากภาษีการค้าลดลงและการลงทุนเริ่มฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม ราคาพลังงานที่สูงขึ้น ภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างยังเป็นปัจจัยกดดันแนวโน้มในระยะกลาง



