เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวันที่ วันที่ 28 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ในงาน “Dinner Talk” และ “PACHACHAT BUSINESS AWARDS 2026” ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 50 ประชาธุรกิจ ที่ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ทั้งนี้ “Prachachat Business Awards 2026” จัดขึ้นเป็นปีแรก เพื่อเชิดชูองค์กรและบุคคลทางธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย โดยมีทั้งหมด 32 รางวัล นอกจากนี้ ภายในงานยังเต็มไปด้วยบรรยากาศคึกคัก มีผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐ ภาคเอกชน นักธุรกิจ นักลงทุน และนักวิชาการ เดินทางเข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่อง
งานในครัังนี้ได้รับเกียรติจาก นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “5 ทศวรรษเศรษฐกิจไทย Thailand Next” ถ่ายทอดมุมมองต่อเส้นทางเศรษฐกิจไทยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมฉายภาพอนาคตเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่ทวีความเข้มข้นขึ้น และมอบรางวัลแก่บุคคลและองค์กรธุรกิจที่มีผลงานโดดเด่น 11 รางวัล
นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมมอบรางวัลแก่บุคคลและองค์กรธุรกิจที่มีผลงานโดดเด่น 21 รางวัล
ด้าน นายพินิจ จารุสมบัติ รองประธานสหพันธ์ขงจื้อนานาชาติ และประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ กล่าวถึงบรรยากาศภายในงานว่า ถือเป็นภาพสะท้อนความตื่นตัวของภาคธุรกิจไทย ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก และสะท้อนบทบาทสำคัญของ “สื่อเศรษฐกิจ” ที่มีส่วนขับเคลื่อนประเทศทั้งด้านการค้า การลงทุน และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจ

“สื่อเศรษฐกิจเป็นสื่อที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคต นานาชาติทั่วโลกให้ความสำคัญกับสื่อด้าน Economic และ Investment เพราะเป็นตัวกำหนดมุมมองของนักลงทุน นักธุรกิจ และภาคการค้า” นายพินิจ กล่าว
นายพินิจ กล่าวว่า นอกจากนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” เป็นสื่อที่มีคุณภาพ มีคุณธรรม มีความรับผิดชอบ ลงข่าวตรงไปตรงมา ไม่มีข่าวเฟคนิวส์ ไม่มีข่าวหลอก ข่าวลวง หรือข่าวเท็จ อันนี้เป็นจุดยืนและเป็นอุดมการณ์ที่เห็นชัดเจน
นายพินิจ กล่าวอีกว่า การจัดงานมอบรางวัลทางธุรกิจเช่นนี้ ถือเป็นเวทีที่ “มีแต่บวก ไม่มีขาดทุน” เพราะช่วยกระตุ้นให้ผู้บริหารองค์กรต่าง ๆ ตื่นตัวเรื่องการบริหารงานอย่างมีธรรมาภิบาล และมองธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาสังคม วันนี้ธุรกิจจะคิดแต่กำไรอย่างเดียวไม่ได้ ต้องกำไรชุมชน กำไรสังคม และกำไรประเทศชาติด้วย ถ้าประเทศแข็งแรง ประชาชนมีรายได้ มีกำลังซื้อ ธุรกิจก็จะเติบโต การค้าขายก็จะรุ่งเรืองตามไปด้วย
“วันนี้โลกไม่ได้หยุดอยู่แค่ AI แล้ว แต่กำลังไปสู่เทคโนโลยีชั้นสูงอีกมากมายที่จะสร้างโลกใหม่ สร้างเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ นักธุรกิจ นักลงทุน และประชาชนต้องติดตามให้ทันว่าโลกกำลังก้าวไปทางไหน” นายพินิจ กล่าว
นายพินิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่ภาครัฐกำลังผลักดันเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของประชาชนว่า ถือเป็นเรื่องที่ดีกว่าไม่ได้ทำอะไร แต่จะดีมากดีน้อย หรือจะมีผลข้างเคียงอย่างไร ก็ต้องดูต่อไป อย่างไรก็ตาม การช่วยประชาชน ต้องช่วยให้ประชาชนแข็งแกร่ง ยืนอยู่บนลำแข้งตัวเองได้ ต้องให้ความรู้ ให้เทคโนโลยี ให้โอกาส ไม่ใช่แค่แจกเงินอย่างเดียว อย่างประเทศจีนที่เน้นสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเงินลงทุน เพื่อสร้างศักยภาพให้ภาคธุรกิจและประชาชนเติบโตในระยะยาว
“การให้ยา ต้องให้ถูกกับโรค ต้องวิเคราะห์ก่อนว่าประเทศเราเป็นโรคอะไร ประชาชนขาดเงินเพราะอะไร ถ้าให้ยาผิด มันก็ละลายแม่น้ำ” นายพินิจ กล่าวทิ้งท้าย



