สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ว่าคณะรัฐมนตรีเยอรมนีเห็นชอบแผนจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ตั้งแต่ปี 2571 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการปฏิรูประบบสาธารณสุขวงกว้าง โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดการกับอัตราโรคอ้วนที่เพิ่มสูงขึ้นและลดภาระของระบบสาธารณสุข


เบื้องต้นมีการคาดการณ์ ว่าการจัดเก็บภาษีดังกล่าวจะช่วยให้ภาครัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 450 ล้านยูโรต่อปี (ราว 17,204.85 ล้านบาท) ซึ่งเงินส่วนนี้จะถูกจัดสรรเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพตามกฎหมาย แทนที่จะนำเข้าสู่งบประมาณของรัฐบาลกลาง โดยจะนำไปใช้เป็นทุนสำหรับโครงการป้องกันโรคต่าง ๆ รวมถึงการส่งเสริมสุขภาพในที่ทำงาน และกิจกรรมชุมชนที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในวงกว้าง


ทั้งนี้ ผลสำรวจจากศูนย์วิจัยฟอร์ซา ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ชาวเยอรมันประมาณ 60% สนับสนุนการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่มีน้ำตาล


อนึ่ง ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ระบุว่า ปัจจุบันมีมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ประมาณครึ่งหนึ่ง ได้มีการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลแล้ว ซึ่งมาตรการดังกล่าวสามารถช่วยลดการบริโภคน้ำตาล และช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES