วานนี้ (22 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวแปลกกรณีคริสตจักรรัสเซียนออร์ทอดอกซ์ในเมืองเปิร์ม ประเทศรัสเซีย ได้จัดพิธีแห่ทางศาสนาและพิธีสวดมนต์อ้อนวอน เพื่อปกป้องเมืองให้รอดพ้นจากการโจมตีด้วยโดรนจากฝั่งยูเครน หลังจากที่ในระยะหลังมานี้ เมืองเปิร์มต้องเผชิญกับการโจมตีด้วยโดรนถี่ขึ้น ทางมุขมณฑลท้องถิ่นประจำเมืองเปิร์ม จึงได้หันมาพึ่งพาที่ยึดเหนี่ยวทางศาสนา หวังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้เมือง

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา คณะบาทหลวงหลายรูปได้ร่วมกันอัญเชิญรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์ “พระแม่มารีย์แห่งเมืองเปิร์ม” แห่ไปตามสถานที่สำคัญและจุดสุ่มเสี่ยงต่อการโดนโจมตีทั่วเมือง โดยในระหว่างการแห่ คณะบาทหลวงได้เดินทางไปยังโบสถ์จำลองในสุสานบันนายา โกรา, สถานีไฟฟ้าพลังน้ำเปิร์ม และบริเวณไม้กางเขนตรงทางเข้าเขตคิรอฟสกี เพื่อสวดมนต์ขอพรให้เมืองเกิดความสงบสุขและปลอดภัย

“เมืองของเราต้องเผชิญกับการโจมตีด้วยโดรนหลายต่อหลายครั้งในช่วงนี้ และเพื่อบรรเทาภัยพิบัติดังกล่าว ท่านอัครมุขนายกแห่งเปิร์มจึงได้ริเริ่มจัดพิธีสวดมนต์นี้ขึ้น ส่วนเหตุผลที่เลือกรูปเคารพพระแม่มารีย์แห่งเมืองเปิร์มนั้น เป็นเพราะรูปเคารพนี้เป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงในท้องถิ่น มีความผูกพันกับภูมิภาคของเรา และพิธีสักการะรูปเคารพนี้เพิ่งได้รับการฟื้นฟูกลับมาไม่นานมานี้เอง” ทางมุขมณฑลระบุ

นอกจากนี้ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของมุขมณฑลเปิร์มยังชี้แจงเพิ่มเติมว่า ประเพณีการอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือรูปเคารพแห่รอบเมือง ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติโบราณที่จะกระทำในช่วงเวลาที่บ้านเมืองเผชิญกับความยากลำบาก เช่น “วิกฤตการณ์ทางสังคม โรคระบาด สงคราม หรือการรุกรานจากต่างชาติ”

ทางคริสตจักรยังระบุอีกว่า ในประวัติศาสตร์มีตัวอย่างมากมายที่แสดงให้เห็นว่า “วิกฤตต่างๆ ถูกปัดเป่าให้ผ่านพ้นไปได้” ด้วยแรงศรัทธาและการสวดมนต์หลังเสร็จสิ้นพิธีแห่ทางศาสนา ซึ่งก่อนหน้านี้ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก็เคยมีการจัดพิธีแห่ในลักษณะนี้มาแล้วเช่นกัน 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันเกี่ยวข้องกับการโจมตีด้วยโดรน (ซึ่งเป็นยุทโธปกรณ์สมัยใหม่) หลายคนจึงมองว่าการแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ดูเป็นเรื่องแปลกประหลาด หรือเป็นเพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น

ที่มา : ratopati.com

เครดิตภาพ : Perm diocese