สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ว่า อีอีเอ ระบุในแถลงการณ์ว่า ภูมิภาคส่วนใหญ่ทั่วยุโรป ปฏิบัติตามมาตรฐานของอียู สำหรับอนุภาคที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 2.5 ไมโครเมตร หรือ “พีเอ็ม 2.5” และไนโตรเจนไดออกไซด์

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในสัดส่วนถึง 20% เผยให้เห็นว่า มลพิษทางอากาศยังคงอยู่ในระดับสูงกว่ามาตรฐานคุณภาพอากาศของอียูในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอนุภาคที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 10 ไมโครเมตร (พีเอ็ม 10), โอโซนภาคพื้นดิน และเบนโซเอไพรีน

ทั้งนี้ รายงานของอีอีเอ ครอบคลุมประเทศในยุโรป 39 ประเทศ ประกอบด้วยประเทศสมาชิกอียู 27 ประเทศ และประเทศที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอีก 12 ประเทศ รวมถึงสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และตุรกี

แม้ประเทศสมาชิกอียู จะต้องดำเนินการตามแผนงานของตนเอง หากต้องการบรรลุเป้าหมายคุณภาพอากาศปี 2573 ซึ่งกำหนดไว้เมื่อปี 2567 แต่รายงานระบุว่า มลพิษส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับห่างไกลจากเป้าหมายปี 2573 อย่างมีนัยสำคัญ และอาจต้องใช้มาตรการเพิ่มเติม พร้อมกับเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจัดการกับอนุภาคขนาดเล็ก

“การลดมลพิษทางอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือความร่วมมือในยุโรปและระหว่างประเทศที่มั่นคงยิ่งขึ้น เพื่อจัดการกับมลพิษทางอากาศข้ามพรมแดน” อีอีเอ ระบุทิ้งท้าย.

เครดิตภาพ : AFP