สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ว่า อีอีเอ ระบุในแถลงการณ์ว่า ภูมิภาคส่วนใหญ่ทั่วยุโรป ปฏิบัติตามมาตรฐานของอียู สำหรับอนุภาคที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 2.5 ไมโครเมตร หรือ “พีเอ็ม 2.5” และไนโตรเจนไดออกไซด์
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในสัดส่วนถึง 20% เผยให้เห็นว่า มลพิษทางอากาศยังคงอยู่ในระดับสูงกว่ามาตรฐานคุณภาพอากาศของอียูในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอนุภาคที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 10 ไมโครเมตร (พีเอ็ม 10), โอโซนภาคพื้นดิน และเบนโซเอไพรีน
Our #airquality data viewer supports these numbers reported by @washingtonpost.
— EU EnvironmentAgency (@EUEnvironment) April 28, 2026
On the European AQ city ranking index, Paris is now number 405 of 761 cities measured (in 2024). For insights on AQ in your country/city, visit our interactive viewer: https://t.co/qy7lRxG1K2 https://t.co/TGbi6Dasok pic.twitter.com/skPWWZTsuO
ทั้งนี้ รายงานของอีอีเอ ครอบคลุมประเทศในยุโรป 39 ประเทศ ประกอบด้วยประเทศสมาชิกอียู 27 ประเทศ และประเทศที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอีก 12 ประเทศ รวมถึงสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และตุรกี
แม้ประเทศสมาชิกอียู จะต้องดำเนินการตามแผนงานของตนเอง หากต้องการบรรลุเป้าหมายคุณภาพอากาศปี 2573 ซึ่งกำหนดไว้เมื่อปี 2567 แต่รายงานระบุว่า มลพิษส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับห่างไกลจากเป้าหมายปี 2573 อย่างมีนัยสำคัญ และอาจต้องใช้มาตรการเพิ่มเติม พร้อมกับเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจัดการกับอนุภาคขนาดเล็ก
“การลดมลพิษทางอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือความร่วมมือในยุโรปและระหว่างประเทศที่มั่นคงยิ่งขึ้น เพื่อจัดการกับมลพิษทางอากาศข้ามพรมแดน” อีอีเอ ระบุทิ้งท้าย.
เครดิตภาพ : AFP



