เมื่อวันที่ 30 เม.ย.69 รัฐบาลไทย นำโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ให้การต้อนรับ นางดังกา เออเบโกวา สมาชิกคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) และประธานกลุ่มคณะทำงานยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 (Youth Olympic Games 2030) พร้อมคณะผู้แทน ในโอกาสเยือนกรุงเทพมหานคร อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 28-30 เม.ย.ที่ผ่านมา
ภารกิจการเยือนครั้งนี้ประกอบด้วย การประชุมหารือและการตรวจเยี่ยมสถานที่สำคัญจะปิดท้ายด้วยการแถลงข่าวสรุปผลการเยือน โดยประเทศไทย ได้ยืนยันความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 (Youth Olympic Games Bangkok 2030) ตลอดจนความเป็นเอกภาพและความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันจัดมหกรรมกีฬาระดับโลกครั้งนี้ให้ประสบความสำเร็จสูงสุด

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในนามของประเทศไทย ขอต้อนรับทุกท่านอย่างอบอุ่น การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 สะท้อนวิสัยทัศน์ระดับชาติของเราในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางระดับโลกที่มีพลวัตด้านกีฬา การพัฒนาเยาวชน และการจัดมหกรรมระดับนานาชาติ เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ที่ซึ่งการแข่งขันระดับโลก การต้อนรับอันเป็นเลิศ และประสบการณ์การเดินทางที่น่าประทับใจ หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างลงตัว
“ประเทศไทย มีประสบการณ์และผลงานเป็นที่ประจักษ์ในการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมโครงสร้างพื้นฐานที่ได้มาตรฐาน และเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม ซึ่งล้วนพร้อมสนับสนุนการจัดการแข่งขันให้เป็นไปตามมาตรฐานของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล อย่างครบถ้วน การได้เป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 จะสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ประชาชน เศรษฐกิจของประเทศ และยกระดับบทบาทของประเทศไทยบนเวทีโลก”

นพ.มีชัย อินวู๊ด รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายบริหาร กล่าวว่า การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานที่จัดการแข่งขันทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดชลบุรี ตลอดสองวันที่ผ่านมา ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมเชิงระบบอย่างรอบด้าน ไม่เพียงในมิติของสนามแข่งขันที่ได้มาตรฐานสากลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงศักยภาพด้านการบริหารจัดการ การประสานงาน และความสามารถในการส่งมอบมหกรรมกีฬาระดับโลกอย่างมีประสิทธิภาพ
คณะผู้แทนได้เยี่ยมชมสถานที่สำคัญหลากหลายประเภท ทั้งสนามกีฬาหลักสำหรับพิธีเปิด-ปิดการแข่งขัน สนามกีฬาในร่ม ศูนย์ฝึกซ้อม พื้นที่สำหรับกีฬาเออร์เบินสปอร์ต ตลอดจนสถานที่จัดการแข่งขันทางน้ำและกิจกรรมกลางแจ้งในจังหวัดชลบุรี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อมรองรับชนิดกีฬาที่หลากหลาย ภายใต้แนวคิดการจัดการแข่งขันที่ทันสมัย ยืดหยุ่นและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

ในบทบาทของการกีฬาแห่งประเทศไทย เราไม่ได้มองเพียงการเตรียมสนามแข่งขัน แต่ให้ความสำคัญกับทุกองค์ประกอบที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการสถานที่ ระบบขนส่งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ แผนงานด้านเทคนิค การแพทย์และเวชศาสตร์การกีฬา ระบบรักษาความปลอดภัย เทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนการอำนวยความสะดวกในทุกจุดสัมผัสของผู้เข้าร่วมงาน ขณะเดียวกัน เรายังมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนากีฬาไทยในระยะยาว ผ่านการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา นวัตกรรม และองค์ความรู้สมัยใหม่ เพื่อสร้างนักกีฬารุ่นใหม่ ยกระดับบุคลากรกีฬา และเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบกีฬาไทยตั้งแต่ระดับเยาวชนสู่ความเป็นเลิศและกีฬาอาชีพ
“สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือความร่วมมืออันแข็งแกร่งจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ สมาคมกีฬา ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม ซึ่งเป็นพลังสำคัญที่ทำให้ทุกแผนงานสามารถขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิผล เรามั่นใจว่าประเทศไทยมีศักยภาพอย่างเต็มเปี่ยม ไม่เพียงในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันที่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติ แต่ยังสามารถใช้โอกาสครั้งนี้สร้างมรดกทางกีฬา พัฒนาเศรษฐกิจ ส่งเสริมอุตสาหกรรมกีฬา และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยและเยาวชนทั่วโลกได้อย่างยั่งยืน”

ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ในนามของคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับผู้แทนคณะกรรมการโอลิมปิกสากล และคณะทำงานยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 ในโอกาสสำคัญของการเยือนประเทศไทย เพื่อตรวจประเมินความพร้อม ภายใต้กระบวนการคัดเลือกเจ้าภาพการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030
การมาเยือนครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทย และเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้นำเสนอศักยภาพ ความพร้อม และความมุ่งมั่นของประเทศในการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาระดับโลกสำหรับเยาวชนอย่างครบถ้วนในทุกมิติ ทั้งด้านสถานที่จัดการแข่งขัน ระบบคมนาคม ที่พัก ความปลอดภัย เทคโนโลยี บุคลากร ตลอดจนการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
การเสนอตัวของประเทศไทยครั้งนี้ ขับเคลื่อนภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน เชื่อมโยงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชีย” หรือ “Inspiring Youth, Connecting South East Asia & Asia” เรามุ่งจัดการแข่งขันที่มีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่น ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และยึดเยาวชนเป็นศูนย์กลาง สอดคล้องกับ Olympic Agenda 2020+5 และ IOC New Norm

กรุงเทพมหานคร ในฐานะเมืองเจ้าภาพหลัก จะเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงกีฬา การศึกษา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตเมืองเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เข้าถึงได้ ทันสมัย และมีความหมายต่อเยาวชนจากทั่วโลก ผ่านยุทธศาสตร์สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ประการแรก การจัดมหกรรมกีฬาที่มีประสิทธิภาพ กระชับ และบริหารจัดการได้อย่างคล่องตัว ประการที่สอง การส่งเสริมการเข้าถึงและการมีส่วนร่วมของเยาวชนอย่างกว้างขวาง และประการที่สาม การเป็นเวทีระดับภูมิภาคที่ขับเคลื่อนพลังเยาวชน และเสริมสร้างความเชื่อมโยงของเอเชียในอนาคต
สำหรับการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ในวันที่ 28 เมษายน คณะผู้แทนฯ ได้ลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร เยี่ยมชมการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยมี ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย และคณะ ให้การต้อนรับ ต่อมาได้เยี่ยมชมราชมังคลากีฬาสถานซึ่งกำหนดใช้สำหรับพิธีเปิดและปิดการแข่งขัน รวมถึงสถานที่แข่งขันสำคัญ อาทิ Extreme Sport Stadium, อินดอร์สเตเดียม, สนามกีฬาปีนหน้าผา, สนามยิงปืน, สนามยิงธนู, สนามปิงปอง, สนามยิมนาสติก, สนามฟุตบอล, สนามกีฬาแห่งชาติ อาคารกีฬานิมิบุตร, สนามกีฬาเทพหัสดิน ตลอดจนหอพักจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจะใช้เป็น Youth Olympic Village และพื้นที่กิจกรรมเมือง Urban Park Chulalongkorn University Square จากนั้นในวันที่ 29 เมษายน ได้เดินทางไปยังจังหวัดชลบุรี โดยได้รับเกียรติจาก นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้การต้อนรับ พร้อมเยี่ยมชมสถานที่แข่งขันกีฬาทางน้ำและกิจกรรมกลางแจ้ง อาทิ สโมสรไทยโปโล แอนด์ อีเควสเทรี่ยน (Thai Polo & Equestrian Club), หาดจอมเทียน, โรงแรม เดอะ นาวีเฮ้าส์, โอเชี่ยน มารีน่า ยอร์ช คลับ เป็นต้น

ประเทศไทย มีความพร้อมอย่างยิ่งในการเป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 และพร้อมส่งมอบมหกรรมกีฬาที่เปี่ยมด้วยมาตรฐาน นวัตกรรม ความยั่งยืน และแรงบันดาลใจแก่เยาวชนทั่วโลก ทั้งนี้ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เห็นพ้องเดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของการจัดทำข้อเสนอ (Bid Submission) ภายในกรอบเวลาที่กำหนด โดยทุกภาคส่วนยืนยันความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นเจ้าภาพ Youth Olympic Games 2030 อย่างสมบูรณ์และยั่งยืนในระดับสากล
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 3 เมืองสุดท้าย (Preferred Hosts) ร่วมกับอาซุนซิออน (ปารากวัย) และซานติอาโก (ชิลี) เพื่อลุ้นเป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 โดยคณะกรรมการโอลิมปิกสากลมีแผนจะประกาศผลผู้ชนะอย่างเป็นทางการภายในเดือน มิ.ย.นี้.



