เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณบ้านปวงตึก หมู่ที่ 18 ตำบลตาตุม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา พบเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังกำลังเผชิญวิกฤติต้นทุนการผลิตพุ่งสูง โดยเฉพาะราคาน้ำมันและปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อรายได้
ในพื้นที่พบ นางสง่า เผ็ดมาก อายุ 63 ปี เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง จำนวน 14 ไร่ กำลังพาหลาน 2 คน ช่วยกันเก็บมันสำปะหลังใส่ตะกร้าเพื่อนำไปจำหน่ายท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด โดยใช้แรงงานภายในครอบครัวแทนการจ้างคนงาน เนื่องจากไม่สามารถแบกรับค่าแรงวันละ 350 บาทได้

นางสง่า เปิดเผยว่า ปีนี้ต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งค่าน้ำมันและราคาปุ๋ยที่แพง ทำให้ไม่มีเงินพอซื้อปุ๋ยมาใส่บำรุงผลผลิต อีกทั้งไม่สามารถจ้างแรงงานได้ จึงจำเป็นต้องให้หลานที่อยู่ในช่วงปิดเทอมมาช่วยทำงานในไร่ ใช้เวลานานกว่าครึ่งเดือน จึงจะเก็บเกี่ยวเสร็จ ลงทุนไปประมาณ 30,000 บาท แต่ขายได้เพียงประมาณ 15,000 บาท ขาดทุนไปครึ่งหนึ่ง อยู่ยากมากในช่วงนี้
ทั้งนี้ เกษตรกรในพื้นที่ยังฝากถึงรัฐบาลให้เข้ามาช่วยดูแลและควบคุมราคาน้ำมัน รวมถึงราคาปุ๋ย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรรายย่อยที่กำลังเผชิญปัญหาต้นทุนสูง แต่ราคาผลผลิตไม่สอดคล้องกันในปัจจุบัน
บรรยากาศโดยรวมพบว่า เกษตรกรหลายรายในพื้นที่ต่างประสบปัญหาในลักษณะเดียวกัน ต้องลดต้นทุนด้วยการใช้แรงงานในครอบครัวแทนการจ้างงาน และบางรายเริ่มพิจารณาลดพื้นที่เพาะปลูกในฤดูกาลถัดไป หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น



