เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ณ หอประชุมวิทยาลัยเทคนิคสตูล ในพิธีเปิดงาน “มหกรรมรวมพลังเยาวชนคนรุ่นใหม่ และภาคีเครือข่าย สร้างสังคมสตูลปลอดภัยจากควันบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า” นางอมรรัตน์ พันธ์คีรี รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล ในนามของคณะกรรมการจัดงาน ได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์และความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อร่วมสร้างกระแสเนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก (31 พฤษภาคม) และเพื่อปกป้องนักสูบหน้าใหม่ หลังพบว่าปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าได้กลายเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่แพร่ระบาดและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพัฒนาการของเด็กและเยาวชนในจังหวัดสตูลอย่างน่ากังวล
โดยสถานการณ์ในปัจจุบันได้พัฒนารูปแบบไปไกลจนน่ากลัว ขัดขวางการรู้เท่าทันของผู้ปกครองด้วย “อัตลักษณ์ที่เปลี่ยนไป” บุหรี่ไฟฟ้าถูกออกแบบให้เลียนแบบสิ่งของใกล้ตัวเด็ก เช่น กล่องนม ของเล่น หรือแท่งปากกา อีกทั้งยังแต่งกลิ่นน้ำหวาน กลิ่นกาแฟ และกลิ่นคาราเมล จนไม่มีกลิ่นยาสูบติดตัว เสื้อผ้า หรือร่างกายเหมือนบุหรี่มวนในอดีต ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองตามกระแสไม่ทันและแก้ไขปัญหาได้ยากในระยะยาว
ด้าน นายดำรงศักดิ์ แก้วดวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ประธานในพิธีเปิดงาน ได้มอบโอวาทและนโยบายสำคัญแก่ผู้เข้าร่วมงาน ประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการ แกนนำนักเรียน สภาเด็กและเยาวชน และเครือข่าย อสม. โดยระบุด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและเปี่ยมด้วยความห่วงใยว่า

“เด็กอายุต่ำสุดที่พบว่าสูบบุหรี่ไฟฟ้าตอนนี้คือ 6 ขวบ! เด็ก ป.1 เท่านั้น นี่คือความเจ็บปวดที่ยอมรับไม่ได้ หากเราปล่อยให้เยาวชนซึ่งเป็นกำลังสำคัญและเป็นอนาคตของชาติ ตกเป็นทาสของนิโคตินที่เข้าไปทำลายระบบสมองและพัฒนาการ สังคมและบ้านเมืองเราจะอยู่ต่อไปอย่างไร?”
พร้อมกันนี้ นายดำรงศักดิ์ ได้เน้นย้ำและตักเตือนไปยังกลุ่มแกนนำเยาวชนให้ช่วยกันปรับเปลี่ยนทัศนคติ (Mindset) ของกลุ่มเพื่อนอย่างเร่งด่วน โดยย้ำชัดว่า “บุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่แฟชั่น ไม่ใช่ความเท่ แต่คือสิ่งอันตรายร้ายแรงที่มีสารนิโคตินทำลายสมอง สุขภาพกาย และสุขภาพจิต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงผลการเรียนและการประกอบอาชีพในอนาคต”
เปิดมติ 4 มาตรการเหล็ก จังหวัดสตูล ปิดตายพื้นที่สูบเพื่อไม่ให้มาตรการควบคุมเป็นเพียงแค่ “กระดาษแผ่นเดียว” นายดำรงศักดิ์ แก้วดวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้เผยถึงมติร่วมกันของคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบจังหวัดสตูล ที่ได้กำหนดมาตรการเชิงรุกที่เด็ดขาดและชัดเจน 4 ประการ ดังนี้

1. พื้นที่ส่วนราชการปลอดบุหรี่ 100% กำหนดให้สถานที่ราชการ สถานพยาบาล และสถานศึกษาทุกแห่ง เป็นเขตปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเด็ดขาด ห้ามบุคลากรสูบบุหรี่บริเวณหน้าอาคารหรือป้ายอาคารโดยไม่มีข้อยกเว้น
2. ปูพรมพื้นที่สาธารณะต้นแบบ ขยายพื้นที่ควบคุมไปยังสถานที่สาธารณะ ได้แก่ สนามกีฬาประจำจังหวัดทั้ง 2 แห่ง, ท่าเรือปากบารา, ท่าเรือตำมะลัง และสั่งการให้ทุกอำเภอคัดเลือกพื้นที่ต้นแบบปลอดบุหรี่อย่างน้อยอำเภอละ 1 แห่ง
3. ประโคมสื่อสร้างการรับรู้ มอบหมายฝ่ายเลขานุการจัดทำป้ายสัญลักษณ์ สื่อกราฟิก และกระจายเสียงผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) เพื่อแจ้งเตือนข้อกฎหมายและบทลงโทษให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง

4. ดีเดย์ (D-Day) บังคับใช้กฎหมาย กำหนดเส้นตายภายใน เดือนกรกฎาคม 2569 สั่งการให้เจ้าหน้าที่สนธิกำลังลงตรวจพื้นที่จริง หากพบผู้ฝ่าฝืนจะดำเนินคดีและลงโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุดทันที ไม่มีข้ออ้างเรื่องวิถีชีวิตชาวบ้าน
นอกจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังของภาครัฐแล้ว ทางจังหวัดสตูลยังได้ส่งสารแสดงความห่วงใยไปถึงผู้ปกครองทุกครัวเรือน โดยขอความร่วมมือให้หมั่นสังเกตพฤติกรรมและสิ่งของเครื่องใช้ของบุตรหลานอย่างใกล้ชิด เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้ายุคนี้ไม่มีกลิ่นเหม็นให้จับได้ง่าย ๆ
ขอให้สร้างความอบอุ่นในครอบครัวด้วยการพูดคุยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ “บทบาทของผู้เป็นแม่” ซึ่งมักจะมีความอ่อนโยนและเข้าถึงจิตใจของลูกได้ดีกว่า เพื่อให้ลูกหลานกล้าเปิดใจและไม่หันไปพึ่งพายาเสพติด เพราะบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าคือ “ประตูด่านแรก” ที่จะนำพาเยาวชนไปสู่ยาเสพติดชนิดอื่นที่ร้ายแรงกว่า
จังหวัดสตูลยืนยันว่า การแก้ปัญหานี้อาจต้องใช้เวลาและต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไปควบคู่กันไปทั้งการประชาสัมพันธ์และการจับกุม แต่จะทำอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อสร้างสังคมสตูลที่ปลอดภัยและทวงคืนอนาคตที่สดใสให้แก่ลูกหลานอย่างยั่งยืน



