เมื่อวันที่ 1 พ.ค. น.ส.จารุวรรณ ทองใบ เกษตรจังหวัดจันทบุรี ได้สั่งการด่วนให้ นางเพ็ญทิวา คุณวัฒน์ เกษตรอำเภอขลุง และนายพงษ์ชัย สิทธิมาลัยรัตน์ เกษตรอำเภอมะขาม นำทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่บูรณาการร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เพื่อเยี่ยมเยียนให้กำลังใจเกษตรกรและเร่งสำรวจความเสียหายจากเหตุวาตภัยพายุฤดูร้อนที่พัดถล่มเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา

จากการสำรวจพบพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักในตำบลตกพรม, ตำบลบ่อเวฬุ (อำเภอขลุง) และตำบลอ่างคีรี (อำเภอมะขาม) เบื้องต้นคาดการณ์ความเสียหาย เกษตรกรได้รับผลกระทบ77 ราย พื้นที่ประสบภัย รวมกว่า 58 ไร่ ปริมาณผลผลิตร่วงหล่นกว่า 100 ตัน สำหรับผลผลิตที่ร่วงหล่น พบว่าประมาณ 80% เป็นทุเรียนที่เริ่มเข้าสี ซึ่งถือเป็นช่วงใกล้เก็บเกี่ยวที่สร้างมูลค่าสูงสุด โดยเกษตรกรได้เร่งประสานผู้ประกอบการห้องเย็น 2-3 ราย เพื่อรับซื้อไปแปรรูปเป็นเนื้อทุเรียนสำหรับทำไอศกรีม ในราคากิโลกรัมละ 10-20 บาท ส่วนอีก 20% ที่เหลือเป็นทุเรียนอ่อนไม่เข้าสี เกษตรกรต้องนำไปแปรรูปเป็นทุเรียนกวนหรือทำปุ๋ยหมักแทน เพื่อบรรเทาความเสียหายเบื้องต้น

ขณะที่ น.ส.จารุวรรณ ย้ำชัดถึงมาตรการควบคุมคุณภาพว่า ได้ขอความร่วมมือทั้งเกษตรกร พ่อค้าคนกลาง และโรงคัดบรรจุ (ล้ง) “ห้ามนำทุเรียนที่เสียหายจากวาตภัยปะปนในระบบตลาดผลสด” ทั้งในและต่างประเทศโดยเด็ดขาด

“…เราต้องรักษามาตรฐานทุเรียนจันท์อย่างเข้มงวด ทุเรียนร่วงต้องส่งเข้าโรงงานแปรรูปเท่านั้น ห้ามนำมาขายคละปนกับทุเรียนปกติ เพราะจะส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและทำลายภาพลักษณ์การส่งออกในระยะยาว หากตรวจพบการสวมสิทธิหรือนำทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด จะดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด…” เกษตรจังหวัดจันทบุรี กล่าว และเผยอีกว่า

ในส่วนของการความช่วยเหลือ ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดได้ให้คำแนะนำเกษตรกรในการเตรียมเอกสารเพื่อขอรับการช่วยเหลือตามระเบียบหลักเกณฑ์ย่อย เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2564 เพื่อเร่งชดเชยเยียวยาความเสียหายและฟื้นฟูสวนทุเรียนให้กลับมาดำเนินการได้โดยเร็วที่สุด.