สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ว่าสำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนามเผยแพร่รายงาน ว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ของเวียดนาม เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา พุ่งสูงขึ้น 5.46% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการเร่งตัวขึ้นอย่างมากจากระดับ 4.65% ในเดือน มี.ค. โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น อันเป็นผลมาจากสงครามในอิหร่าน
รายงานระบุว่า การเร่งตัวของอัตราเงินเฟ้อเป็นผลมาจาก “ราคาก๊าซในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลก” พร้อมเสริมว่า ต้นทุนของวัตถุดิบและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลให้ราคาภาคบริการและภาคการก่อสร้างขยับสูงขึ้นตามไปด้วย
สำหรับภาพรวมของเศรษฐกิจเวียดนาม เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา การผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 9.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าอัตราการเติบโตในเดือน มี.ค. ซึ่งอยู่ที่ 4.6% การส่งออกเพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 45,520 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.47 ล้านล้านบาท) ส่วนการนำเข้าพุ่งสูงขึ้น 32.5% แตะระดับ 48,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.58 ล้านล้านบาท)
Vietnam’s inflation picked up more than expected in April, as a surge in global energy prices driven by the Iran war began feeding through to transport and input costs https://t.co/d4W1v1Z56T
— Bloomberg (@business) May 3, 2026
เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา เวียดนามขาดดุลการค้า เพิ่มขึ้นเป็น 3,280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมที่ขาดดุลเพียง 677 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือน มี.ค.
ในช่วง 4 เดือนแรก เวียดนาม ได้ดุลการค้ากับสหรัฐเพิ่มขึ้น 24.4% เป็น 46,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 106,642.56 ล้านบาท) ขณะที่การขาดดุลการค้ากับจีน เพิ่มขึ้น 33.4% แตะระดับ 46,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.5 ล้านล้านบาท)
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังเวียดนามคาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อของประเทศในปีนี้อาจพุ่งสูงถึง 5.5% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ที่ 4.5% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากผลกระทบของสงครามในอิหร่านที่ยังคงยืดเยื้อ.
เครดิตภาพ : REUTERS



