สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ว่าไวรัสฮันตาแพร่กระจายโดยหนูเป็นส่วนใหญ่ แต่ในบางกรณีอาจแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) โดยจะเกิดขึ้นเมื่อเชื้อไวรัสในมูลหนู น้ำลาย และปัสสาวะ กลายเป็นละอองในอากาศ เช่น เมื่อมีการทำความสะอาดบริเวณที่มีหนู และรังหนู

ไวรัสฮันตาเป็นกลุ่มของไวรัสที่ก่อให้เกิดโรค 2 ชนิด ชนิดแรกส่งผลกระทบต่อปอดเป็นหลัก และชนิดที่สองโจมตีไต ขณะที่ชนิดแรกมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงประมาณ 40%

ไวรัสฮันตาเป็นโรคระบบทางเดินหายใจที่พบได้บ่อยที่สุด ในทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ ตามข้อมูลของรัฐบาลแคนาดา โดยมีผู้ป่วยประมาณ 200 รายทั่วโลก ในแต่ละปี

โดยปกติแล้ว ผู้ป่วยจะเริ่มต้นด้วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น อ่อนเพลียและมีไข้ ภายใน 1-8 สัปดาห์ หลังการสัมผัสเชื้อ ก่อนจะมีอาการไอ หายใจถี่ และมีของเหลวในปอดจะปรากฏขึ้น ใน 4-10 วันต่อมา อย่างไรก็ดี การวินิจฉัยโรคภายใน 72 ชั่วโมงแรกของการติดเชื้อยังทำได้ยาก เนื่องจากมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นไข้หวัดใหญ่

ปัจจุบัน ยังคงไม่มีการรักษาเฉพาะสำหรับไวรัสฮันตา ดังนั้น การรักษาจึงเน้นที่การดูแลประคับประคอง รวมถึงการพักผ่อน และดื่มน้ำให้เพียงพอ ขณะที่ในบางกรณี ผู้ป่วยอาจต้องการเครื่องช่วยหายใจ

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การสัมผัสกับไวรัสฮันตาสามารถลดลงได้ ผ่านการป้องกัน และกำจัดหนูออกจากบริเวณที่มีคนอยู่ หลีกเลี่ยงการดูดฝุ่น หรือกวาดมูลหนูที่แห้งแล้ว เพราะอาจทำให้ไวรัสฟุ้งกระจายในอากาศ.

เครดิตภาพ : REUTERS