เมื่อวันที่ 4 พ.ค. นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า การเผาวัสดุการเกษตรก่อให้เกิดฝุ่นพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ส่งผลเสียต่อคุณภาพดิน การทำลายจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดิน และมีส่วนสำคัญทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ข้อมูลจุดความร้อนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.2568 – 27 เม.ย.2569 เกิดมากที่สุดในพื้นที่ป่า ร้อยละ 38.6 รองลงมาคือพื้นที่นาข้าว ร้อยละ 30.7 การป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้มีความยั่งยืน ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชน ซึ่งภาครัฐต้องเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่

นายสุรินทร์  กล่าวอีกว่า เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาพื้นที่นาข้าว วัสดุการเกษตร และการเผาในที่โล่ง คพ.โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 12 (อุบลราชธานี) ได้ดำเนินการจัด “การอบรมสาธิตการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและการจัดการขยะ เพื่อลดการเผาในระดับพื้นที่” ภายใต้โครงการยกระดับชุมชนปลอดการเผา เพื่อจัดการปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 กรณีศึกษาชุมชนใน ต.บ้านไทย และ ต.กลางใหญ่ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ที่โรงเรียนบ้านไทยวิทยาคม โดยได้รับความร่วมมือจาก องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไทย สำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี และสถานีพัฒนาที่ดินอุบลราชธานี มีตัวแทนชุมชนตำบลบ้านไทย หมู่ที่ 1 ถึงหมู่ 12 เข้าร่วมอบรมจำนวนทั้งสิ้น 200 คน 

นายสุรินทร์ กล่าวว่า การอบรมดังกล่าว เพื่อส่งเสริมการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร มาใช้ประโยชน์ ผ่านกระบวนการ ให้ความรู้ การสาธิตการจัดการเศษวัสดุและขยะด้วยวิธีปลอดการเผา ตลอดจนผลักดันให้เกิดศูนย์จัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในระดับหมู่บ้าน มีการสาธิตการทำปุ๋ยหมักจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อใช้ต่อยอดในการเพาะเห็ดฟางในตะกร้า การสาธิตการจัดทำเสวียนเพื่อรวบรวมใบไม้และผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพจากเศษวัสดุทางการเกษตรโดยใช้จุลินทรีย์ พด. และปฏิบัติการจัดการขยะเพื่อลดการเผาในระดับพื้นที่ ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 อย่างยั่งยืนในระดับพื้นที่ โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นสำคัญ ซึ่งจะต่อยอดขยายไปยังพื้นที่อื่นๆต่อไป.