ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้มีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือเกี่ยวกับแผนส่งเสริมการลงทุนของประเทศ โดยมีนโยบายเตรียมผลักดันการเปิดกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตแห่งประเทศไทย หรือไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์ เฟสใหม่ เพื่อใช้ระดมเงินมาลงทุนพัฒนาโครงสร้างของประเทศ ซึ่งแนวทางนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมกับพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยไม่กระทบต่อวินัยทางการคลัง

สำหรับแนวทางการออกไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์เฟสใหม่ จะพิจารณาลงทุนในโครงการเกี่ยวกับพลังงานสะอาด หรือการประหยัดพลังงาน เช่น ฟาร์มโซลาร์ลอยน้ำ หรือโครงการด้านคมนาคมขนส่งที่ช่วยประหยัดพลังงาน แต่จะต้องเลือกโครงการที่มีความพร้อม ศึกษาไว้เสร็จหมดแล้ว และมีผลตอบแทนที่ชัดเจนเพื่อสามารถทำได้ทันที โดยคาดว่าจะมีการออกหน่วยลงทุนมาจำหน่ายได้ในปีนี้ ซึ่งจะนำรายได้จากอนาคต มาเป็นหลักประกันในการออกกองทุน เบื้องต้นอาจมีเม็ดเงินระดมทุนสูงระดับ 1 แสนล้านบาท

ที่ผ่านมารัฐบาล ได้จัดตั้งกองทุนไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์ และเปิดขายหน่วยลงทุนมาแล้ว 1 ครั้ง ช่วงปี 61 วงเงิน 4.47 หมื่นล้านบาท สำหรับใช้ลงทุนโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก 30,437 ล้านบาท โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน เอ็น2 เชื่อมต่อไปยังถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก

ด้านนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง  กล่าวว่า ท่ามกลางปัญหาจากภูมิรัฐศาสตร์โลก วิกฤติพลังงาน กระทรวงการคลังตั้งเป้าผลักดันเศรษฐกิจไทยให้โตเต็มศักยภาพ สร้างโอกาสให้เอสเอ็มอี  โดยแม้จะยังยึดมั่นในกรอบวินัยการคลัง แต่ก็พร้อมดำเนินนโยบายผ่อนคลายหากมีความจำเป็นเพื่อผลักดันเป้าหมายในการขยายสัดส่วนการลงทุนของประเทศให้เพิ่มขึ้นแตะระดับ 30% ต่อจีดีพี โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล เพื่อวางรากฐานความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจะยังได้ปรับคาดการณ์ตัวเลขการลงทุนในปีนี้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐ จากเดิมที่คาดว่าจะติดลบ 1.7% เพิ่มเป็นขยายตัว 1.7% เนื่องจากมีการประเมินใหม่ว่าการจัดทำงบประมาณปี 70 จะเสร็จทันตามกำหนดทำให้การเบิกจ่ายงบลงทุนปี 70 ของภาครัฐเป็นไปตามแผนเดิม ขณะเดียวกันรัฐบาลยังพร้อมอำนวยความสะดวกการลงทุนแก่ภาคเอกชนที่มีการขอส่งเสริมการลงทุนผ่านบีโอไอ หรือสนับสนุนการทำโครงการร่วมทุนพีพีพี ระหว่างรัฐกับเอกชนเพิ่มเติมด้วย

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลพร้อมเดินหน้าส่งเสริมการลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยเครื่องมือทางการเงิน ซึ่งไม่ก่อให้เกิดภาระทางการคลัง ผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตแห่งประเทศไทย ซึ่งได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว โดยจะเน้นระดมทุนสำหรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต หรือพลังงานสะอาด

เนื่องจากเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะระดับการลงทุนที่ยังต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพ จึงต้องยกระดับการลงทุน ให้เป็นแกนหลักของยุทธศาสตร์ชาติ ในการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ การพัฒนาทุนมนุษย์ และการปรับปรุงกฎระเบียบ ตลอดจนการเร่งลงทุนในเศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว