เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 4 พ.ค. ที่พรรคภูมิใจไทย นายพิชานนท์ อิงประสาร สส.ตราด พรรคภูมิใจไทย หรือกำนันป้อม กล่าวถึงกรณีนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายพาดพิงเครือข่ายกำนันผู้ใหญ่บ้านในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา เหมารวมเป็นพวกค้ายาเสพติด ว่า ก่อนที่จะมาเป็น สส. ตนเคยเป็นกำนัน ต.บ่อพลอย อ.บ่อไร่ จ.ตราด และเคยเป็นอุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดตราด ได้ฟังการอภิปรายดังกล่าวแล้วรู้สึกไม่สบายใจ มีพี่น้องกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน โทรฯ มาหาตน และพูดถึงการอภิปรายลักษณะนี้

“เป็นเรื่องที่ทำให้เสียขวัญกำลังใจของพี่น้องกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ผู้ช่วยสารวัตรทั้งประเทศ ทั้งนี้ องค์กรกำนัน ผู้ใหญ่บ้านถือเป็นองค์กรใหญ่ และเป็นองค์กรหลักในการขับเคลื่อนประเทศ พวกเราทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดรับงานทุกกระทรวง ทบวง กรม และพวกเราไม่มีเงินเดือน มีเพียงค่าตอบแทน ตลอดเวลาที่เราต้องปฏิบัติหน้าที่ นายอำเภอซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาเวลามีการประชุมประจำเดือน จะมีการตรวจสารเสพติดเป็นประจำ” 

นายพิชานนท์ กล่าวอีกว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้านถือเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชน ป้องกันและปราบปรามเรื่องยาเสพติด ตนในช่วงที่เป็นกำนันได้ออกปราบปรามยาเสพติดด้วย มีการนำจับการลักลอบขนยาในพื้นที่ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่สะเทือนใจต่อพี่น้องกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกคนต้องการกำลังใจในการทำงาน พอเกิดเรื่องแบบนี้ก็กระทบต่อจิตใจ ซึ่งตนเข้าใจกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ผู้ช่วยสารวัตรดี เพราะตนเคยเป็นกำนันมีผู้ใต้บังคับบัญชา เราเป็นคอสิงห์

เมื่อถามว่า จะเรียกร้องให้รับผิดชอบอย่างไร นายพิชานนท์ กล่าวว่า พรรคประชาชนซึ่งเป็นพรรคต้นสังกัดของ สส.ที่อภิปราย ควรจะต้องมีมาตรการในการรับผิดชอบเรื่องนี้ รวมถึงตัว สส.ที่เป็นผู้อภิปรายต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ด้วย 

เมื่อถามว่า กรณีที่พรรคประชาชนออกแถลงการณ์เพียงพอหรือไม่ นายพิชานนท์ กล่าวว่า ส่วนตัวถ้าตนเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้านคิดว่าไม่เพียงพอ วันนี้เรามาเป็น สส. ก่อนที่จะพูดอะไรไม่ว่าจะกระทบองค์กรไหน ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทหาร หรือแม้แต่ตัว สส.เอง การจะพูดอะไรต้องพิจารณาให้ดีเพราะคำพูดเป็นนาย

“เป็น สส. การแสดงความรับผิดชอบ ท่านน่าจะรู้อยู่แก่ใจ เพราะถ้าส่วนตัวได้พูดอะไรออกไป แล้วผิดพลาดถึงขนาดนี้ ทำให้เสียขวัญกำลังใจ ผมก็รู้ตัวเองดีว่าจะรับผิดชอบอย่างไร เราต้องเข้าใจหัวอกคนเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งผมเข้าใจดี ตอนที่มีเหตุปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา ถ้าใครไม่ได้ทำงานพิทักษ์ส่วนหลังคงไม่ทราบว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน ค่าตอบแทนที่ได้รับแทบจะไม่เพียงพอต่อการยังชีพ แต่เรามีเกียรติและศักดิ์ศรี” นายพิชานนท์ กล่าว