สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ว่านางคริสตาลินา จอร์จีวา ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวว่า การที่สงครามยืดเยื้อหมายความว่า “สถานการณ์อ้างอิง” ซึ่งสมมติว่าความขัดแย้งจะจบลงในระยะสั้น และคาดการณ์ไว้ว่า การเติบโตจะชะลอตัวลงเล็กน้อยเหลือ 3.1% และราคาจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 4.4% นั้น “เป็นไปไม่ได้อีกต่อไปแล้ว”

เธอกล่าวว่า หากสงครามยังคงดำเนินต่อไปจนถึงปีหน้า และราคาน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 125 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,090 บาท) “โลกก็ต้องคาดหวังผลลัพธ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่านี้” ซึ่งหลังจากนั้น เราจะเห็นเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น และความคาดหวังด้านเงินเฟ้อก็จะเริ่มสั่นคลอนในที่สุด

เมื่อเดือนที่แล้ว ไอเอ็มเอฟได้ออกสถานการณ์จำลอง 3 สถานการณ์ สำหรับเส้นทางการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) โลกในปี 2569 และ 2570 ได้แก่ “การคาดการณ์อ้างอิง” “สถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์” และ “สถานการณ์ที่เลวร้าย”

สถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์คาดการณ์ว่า การเติบโตของโลกจะชะลอตัวลงเหลือ 2.5% ในปีนี้ และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 5.4% ขณะที่สถานการณ์ที่เลวร้ายคาดการณ์ว่า การเติบโตจะอยู่ที่เพียง 2% และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 5.8%

ทั้งนี้ ไอเอ็มเอฟกำลังติดตามผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ต่อห่วงโซ่อุปทานอย่างระมัดระวัง โดยขณะนี้ ปุ๋ยมีราคาแพงขึ้นแล้ว 30% – 40% ซึ่งจะดันราคาอาหารให้สูงขึ้นระหว่าง 3% – 6% ขณะที่อุตสาหกรรมอื่น ๆ อาจได้รับผลกระทบเช่นกัน.

เครดิตภาพ : REUTERS