สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงการที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติจำกัดอำนาจการทำสงครามของผู้นำสหรัฐว่า “เป็นการลงคะแนนที่ไร้ความหมาย” และเป็นการกระทำของ “คนที่ไม่รักชาติ” เนื่องจากเกิดขึ้นทั้งที่เป็นที่ทราบดีว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านอยู่จุดไหนแล้ว
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ตำหนิพรรคเดโมแครตอย่างหนักว่า ผลักดันให้มีการลงมติในเรื่องนี้ “ด้วยความเกลียดชังส่วนตัว” และเรียกสมาชิกพรรครีพับลิกัน 4 คน ซึ่งลงมติข้ามพรรค ว่าเป็น “พวกหิวแสง”
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) June 4, 2026
ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติด้วยเสียงข้างมาก 215 ต่อ 208 เสียง โดยมีสมาชิกพรรครีพับลิกัน 4 คน ลงคะแนนกับพรรคเดโมแครต สนับสนุนร่างมติจำกัดอำนาจการทำสงครามในอิหร่านของผู้นำสหรัฐ ให้ต้องขออนุญาตจากสภาคองเกรสก่อนนับจากนี้
อย่างไรก็ตาม การลงมติครั้งนี้มีแนวโน้มว่าจะเป็นได้เพียง “เชิงสัญลักษณ์” เนื่องจากหากแม้ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา แต่ทำเนียบขาวประกาศมานานแล้วว่า ทรัมป์จะใช้อำนาจวีโต้ หรือสิทธิยับยั้งของประธานาธิบดี ในการปัดตกร่างมติดังกล่าวไม่ให้มีผลทางกฎหมาย และหากสภาคองเกรสต้องการหักล้างอำนาจวีโต้ แต่ละสภาต้องรวบเสียงสนับสนุนให้มากกว่าสองในสาม ซึ่งตอนนี้เป็นไปได้ยากมาก
อนึ่ง สงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเริ่มเมื่อวันที่ 28 ก.พ. และมีการหยุดยิงเมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลทรัมป์ยืนยันว่า การหยุดยิงที่เกิดขึ้นหมายความว่า “สงครามสิ้นสุดแล้ว” ดังนั้น หากจะมีการสู้รบเกิดขึ้นอีกภายในกรอบเวลา 60 วัน ผู้นำสหรัฐไม่จำเป็นต้องยื่นเรื่องต่อสภาคองเกรส.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



