สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ว่า เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่ง จีนระบุว่า รัฐบาลปักกิ่งยินดีต่อการส่งตัวพลเมืองจีน “ที่ได้รับการยืนยันแล้ว” กลับประเทศ หลังจากตรวจสอบเสร็จสิ้น โดยในขณะนั้น จีนกล่าวว่า “การดำเนินการต้องใช้เวลา”

หลังการรับตัวผู้ถูกส่งตัวกลับประเทศประมาณ 3,000 คน ผ่านเที่ยวบินเช่าเหมาลำ และเที่ยวบินพาณิชย์ ในช่วงต้นปี 2568 จีนได้ลดความร่วมมือลงในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา รวมถึงปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ในการรับตัวพลเมืองของตน ซึ่งเป็นการ “ละเมิดพันธกรณีระหว่างประเทศ” และความรับผิดชอบต่อประชาชนของตน

เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวว่า หากจีนไม่เพิ่มความร่วมมือ รัฐบาลวอชิงตันจะพิจารณาเพิ่มเงินประกันประกอบการยื่นขอวีซ่า รวมถึงการปฏิเสธวีซ่า และการปิดกั้นการเข้าประเทศตามชายแดนมากขึ้น พร้อมย้ำว่า การไม่ดำเนินการใด ๆ ของทางการจีน จะส่งผลกระทบต่อการเดินทางในอนาคตของพลเมือง ที่ปฏิบัติตามกฎหมาย

มีชาวจีนที่ไม่มีเอกสารรับรองในสหรัฐมากกว่า 100,000 คน โดยมากกว่า 30,000 คน ได้รับคำสั่งเนรเทศขั้นสุดท้าย และอีกกว่า 1,500 คน ที่ยังถูกคุมตัวเพื่อรอการเนรเทศ โดยรวมถึงผู้กระทำความผิดทางอาญาอื่น ๆ ด้วย

อย่างไรก็ดี สถาบันนโยบายการย้ายถิ่นฐาน (เอ็มพีไอ) ระบุว่า ในช่วงกลางปี 2565 มีผู้อพยพชาวจีนมากถึง 239,000 คนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศ

อนึ่ง สหรัฐต้องการให้จีนจัดหาเอกสารการเดินทาง และอนุมัติเที่ยวบินเช่าเหมาลำของสำนักงานศุลกากรและป้องกันพรมแดนของสหรัฐ (ซีบีพี) ขณะที่ภายใต้มาตรา 243(ดี) ของกฎหมายคนเข้าเมืองและสัญชาติ สหรัฐสามารถคว่ำบาตรวีซ่าต่อประเทศที่ “ดื้อรั้น” ในการปฏิบัติตามคำขอเหล่านี้.

เครดิตภาพ : REUTERS