เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 69 “นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์” หรือ “หมอม็อด” หมอเด็กเฉพาะทางโรคทางเดินหายใจและผู้ป่วยวิกฤติ เจ้าของเพจ “หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า” ได้ออกมาโพสต์ถึงสัญญาณเตือน การล่มสลายของระบบบัตรทอง ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด พร้อมเผยว่า ประชาชนอย่างเราควรตาสว่างกับทั้งระบบ ไม่ใช่แค่เชื่อสิ่งที่ถูกพูด แต่ต้องมองให้เห็นว่า อะไร คือ ปัญหาจริง และอะไร คือ ภาพที่ถูกสร้างขึ้น

โดย หมอม็อด ได้โพสต์ข้อความโดยสรุปใจความได้ว่า “สัญญาณเตือนการล่มสลายของระบบบัตรทองกำลังกลายเป็นวิกฤติ ที่ส่งผลกระทบต่อคนไทยกว่า 70% อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อโรงพยาบาลเอกชนเริ่มแห่ถอนตัวออกจากระบบ เนื่องจากไม่สามารถแบกรับสภาวะขาดทุนได้อีกต่อไป โดยต้นเหตุสำคัญมาจากปัญหาการบริหารจัดการเงินของ สปสช. ในฐานะคนคุมงบมากกว่า 200,000 ล้านบาท/ปี ที่มักจ่ายเงินคืนให้โรงพยาบาลไม่ครบ จ่ายช้า หรือบางกรณีไม่จ่ายเลย ทั้งที่โรงพยาบาลต้องสำรองจ่ายค่ารักษา ค่ายา และค่าบุคลากรไปก่อนล่วงหน้า”

นอกจากนี้ “เมื่อโรงพยาบาลเอกชนซึ่งเป็นธุรกิจที่เลือกถอนตัวได้ตัดสินใจลาออก ภาระทั้งหมดจึงไหลไปตกอยู่ที่โรงพยาบาลรัฐที่ไม่สามารถถอนตัวได้ จนนำไปสู่ภาวะเงินไม่พอซื้อยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ขาดแคลน และต้องจำใจล้างอุปกรณ์ที่ควรใช้ครั้งเดียวทิ้งนำกลับมาใช้ซ้ำ เพื่อให้ระบบยังเดินต่อไปได้ แม้จะมีความพยายามจากบางฝ่ายเช่นทีม สว. ที่ต้องการปฏิรูปองค์กรบริหารจัดการเงินอย่าง สปสช. เพื่อให้ระบบอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน แต่กลับถูกบิดเบือนด้วยกระแสข่าวปลอมหรือ IO ว่าเป็นการพยายามล้มล้างบัตรทอง ทั้งที่ในความจริงคือการ “แก้คนคุมเงิน” ไม่ใช่การยกเลิกสิทธิประชาชน ดังนั้น ประชาชนจึงต้องตาสว่างและแยกแยะให้ออกระหว่างปัญหาการจัดการกระเป๋าเงินกับการรักษาทางการแพทย์ เพราะหากระบบยังไม่ได้รับการแก้ไขจนโรงพยาบาลแบกรับไม่ไหว วันหนึ่งสิทธิรักษาฟรีอาจจะยังอยู่แต่จะไม่มีทั้งยา และอุปกรณ์เหลือให้รักษาชีวิตพวกคุณได้จริงอีกต่อไป”

อย่างไรก็ตาม ยังมี “หมอเเล็บแพนด้า” ก็ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับกรณีบัตรทอง ระบุว่า “บัตรทอง ก็คือ รพ. เป็นผู้ออกเงินให้คนไข้ไปก่อน แล้ว รพ. ค่อยไปเบิกจาก สปสช. ที่เป็นคนถือเงิน แต่ สปสช. ติดปัญหา จ่ายช้า จ่ายไม่ครบ เมื่อ รพ.เอกชนขาดทุนก็ทยอยขอถอนตัว แต่ รพ.รัฐถอนตัวไม่ได้ แบกค่ายา ค่าอุปกรณ์ จนหลังหัก ขาดแคลนสภาพคล่อง เตรียมพัง”

ขอบคุณข้อมูล : หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า และหมอเเล็บแพนด้า