เมื่อวันที่ 30 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ นำกำลังจับกุม นางชุติมา อายุ 62 ปี แม่ค้าขายผลไม้ ผู้ต้องหาตามคลิปกล้องวงจรปิดกรณีขโมยลอตเตอรี่แม่ค้าตาบอด โดยจับกุมได้ที่บ้านพักย่านถนนธรรมนูญวิถี พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์และชุดที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา นางชุติมาได้ทำทีนำทุเรียนมาเสนอขายให้ นางสาวอัจฉรา แม่ค้าผู้เสียหายซึ่งพิการทางสายตา บริเวณหน้า รพ.หาดใหญ่ ก่อนจะอาศัยจังหวะเผลอแอบหยิบลอตเตอรี่ใส่กระเป๋ากางเกงแล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ในการสอบสวน นางสาวอัจฉราผู้เสียหายได้ใช้วิธี “ฟังเสียงพูด” เพื่อยืนยันตัวตน ซึ่งเธอสามารถจำเสียงผู้ก่อเหตุได้อย่างแม่นยำ ทำให้นางชุติมาต้องยอมรับสารภาพและยกมือไหว้ขอโทษ แต่ยังคงอ้างเหตุผลว่า “ไม่ได้ตั้งใจขโมย” แค่เดินคุยโทรศัพท์กับแฟนเพื่อขอเงินจนลืมจ่าย “ฝันเห็นเลขนี้พอดี” เลยตั้งใจจะมาซื้อแค่คู่เดียว “ถ้าถูกรางวัลที่ 1 จะแก้บนทันที”

ด้านนางสาวอัจฉราเปิดใจด้วยน้ำตา ขอบคุณตำรวจและสื่อมวลชนที่ช่วยเป็นกระบอกเสียง พร้อมทิ้งท้ายถึงผู้ก่อเหตุว่า “คุณจะพูดอย่างไรก็ได้ว่าไม่ได้ขโมย แต่หลักฐานจากกล้องวงจรปิดมันฟ้อง ซึ่งวันนั้นมีลอตเตอรี่หายไปทั้งหมด 8 ใบ เพราะจากภาพกล้องวงจรปิด คนก่อเหตุไม่ได้หยิบไปแค่ 2 ใบแน่นอน คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะมีจิตใจที่ดีได้ คนที่มีร่างกายครบ 32 ประการ ใจคุณบอดหรือเปล่าถึงทำกับคนพิการแบบนี้ได้”

จากการตรวจสอบลอตเตอรี่ 2 ใบที่ยึดได้จากนางชุติมา ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นว่ามีแถบสีเหลืองเย็บติดกันเป็นเลขชุด แต่ในคลิปกล้องวงจรปิดตอนที่นางชุติมาหยิบนั้นไม่มีแถบสีเหลืองดังกล่าว และไม่ทราบว่าเป็นลอตเตอรี่ของร้านใด เนื่องจากร้านของนางสาวอัจฉรามีเพียงแถบสีชมพูเท่านั้นที่เป็นเลขชุด 2 ใบซ้อนเย็บติดกัน ซึ่งหากจะเอาเลขชุดต้องดึงออกทีเดียวพร้อมกัน 2 ใบ แต่ในกล้องวงจรปิดเห็นชัดเจนว่านางชุติมาดึงทีละใบ ใบละ 100 บาท รวมเป็น 2 ครั้ง ส่วนราคาเลขชุดจริงไม่ใช่ราคา 200 บาท เจ้าหน้าที่จึงคาดว่านางชุติมาอาจไม่ได้ก่อเหตุแค่ที่ร้านของนางสาวอัจฉราเพียงแห่งเดียว

จากการตรวจสอบของกลาง ตำรวจพบข้อสงสัยว่าผู้ต้องหาอาจก่อเหตุมาแล้วหลายที่ เนื่องจากลอตเตอรี่ที่ยึดได้มีลักษณะไม่ตรงกับที่หายไปจากแผงผู้เสียหาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ลักทรัพย์” ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป