เทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์ล้ำสมัยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการแพทย์ หลังระบบ “STAR” สามารถค้นพบเชื้ออสุจิเพียงไม่กี่ตัวที่หลบซ่อนอยู่ในผู้ชายที่มีภาวะ “ไม่มีตัวอสุจิ” (Azoospermia) ช่วยให้คู่รักที่ทำเด็กหลอดแก้วล้มเหลวมานับสิบครั้งตั้งครรภ์ได้สำเร็จ เผยเบื้องหลังสุดทึ่ง… ใช้หลักการเดียวกับการส่องกล้องหาดาราจักรในอวกาศ!
รายงานจากบีบีซี อังกฤษ ระบุถึงความสำเร็จอันน่าเหลือเชื่อของศูนย์การเจริญพันธุ์แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา ที่นำระบบ ‘STAR’ (Sperm Tracking And Recovery) ซึ่งพัฒนาโดยทีมของศาสตราจารย์เซบ วิลเลียมส์ มาใช้ในทางคลินิก ระบบนี้เป็นความหวังใหม่ของผู้ชายที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นหมัน หรือมีภาวะไม่มีตัวอสุจิในน้ำเชื้อ
หนึ่งในกรณีที่น่าประทับใจที่สุด คือ คู่รักจากนิวยอร์กที่พยายามทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) มาถึง 15 ครั้ง ตลอดระยะเวลา 20 ปีแต่ล้มเหลวมาโดยตลอด จนกระทั่งระบบ STAR สามารถตรวจพบเซลล์อสุจิ “เพียง 2 เซลล์” ที่ซ่อนอยู่อย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้พวกเขาสามารถต้อนรับลูกสาวคนแรกได้เมื่อปีที่แล้ว
ความลับของระบบ STAR คือการหยิบยืมเทคโนโลยีที่นักวิทยาศาสตร์ใช้บันทึกภาพกาแล็กซีอันห่างไกลมาปรับใช้ โดยมีขั้นตอนการทำงาน 3 ระยะ
- AI Scanning: ถ่ายภาพตัวอย่างน้ำเชื้อหลายหมื่นภาพ และใช้ AI ประมวลผลเพื่อระบุตำแหน่งของอสุจิที่เล็กและหายากที่สุด
- Micro-Filtering: กรองเซลล์ผ่านชิปพิเศษที่มีช่องขนาดเล็กเท่าเส้นผม
- Robotic Extraction: ใช้หุ่นยนต์ที่มีความแม่นยำสูง สกัดอสุจิออกมาเพื่อใช้ในการปฏิสนธิ
นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังช่วยให้คู่รักในรัฐนิวเจอร์ซีย์ตั้งครรภ์ได้สำเร็จ แม้ฝ่ายชายจะป่วยด้วย ‘กลุ่มอาการไคลน์เฟลเตอร์’ (Klinefelter Syndrome) ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตอสุจิโดยตรง โดย AI สามารถช่วยคัดแยกสเปิร์มได้เพียง 8 ตัวจากเนื้อเยื่ออัณฑะ ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้เกิดการตั้งครรภ์ และมีกำหนดคลอดในเดือนกรกฎาคมนี้
สถิติล่าสุดพบว่า จากผู้ใช้ระบบ STAR จำนวน 175 คน มีถึง 30% ที่สามารถตรวจพบอสุจิได้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับกลุ่มผู้ป่วยที่เคยถูกบอกว่า ไม่มีโอกาสมีบุตรทางชีวภาพ.
ที่มาและภาพ : insight korea, bbc, magnific



