นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรือเงินเฟ้อทั่วไป เดือน เม.ย. 69 อยู่ที่ 103.03 สูงขึ้น 2.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งสูงสุดในรอบ 38 เดือน เป็นผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศสูงขึ้น ตามราคาน้ำมันตลาดโลกที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกระทบต่อเนื่องให้ค่าโดยสารสาธารณะสูงขึ้น ทั้งค่าเครื่องบิน ค่ารถรับส่งนักเรียน ค่ารถตู้ ค่ารถไฟฟ้า ค่ารถเมล์ปรับอากาศ
ขณะเดียวกัน ราคาอาหารปรุงสำเร็จปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนการผลิตและต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น ตลอดจนราคาผักสดสูงขึ้นจากอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้ในสินค้าที่คำนวณเงินเฟ้อทั้งหมด 464 รายการ มีสินค้าที่ปรับขึ้นราคา 251 รายการ อาทิ ค่าโดยสารสาธารณะ กาแฟผงสำเร็จรูป คาเช่าบ้าน ฯลฯ, ไม่เปลี่ยนแปลงราคา 42 รายการ เช่น ค่าน้ำประปา ค่าเบี้ยประกันทรัพย์สิน ฯลฯ และลดราคา 171 รายการ เช่น ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว น้ำยาระงับกลิ่นกาย ฯลฯ
“เดือน เม.ย. 69 ราคาอาหารจานด่วน ซึ่งมีน้ำหนักถึง 14.86% ในตะกร้าเงินเฟ้อสูงขึ้น 2.51% จึงมีส่วนผลักดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้น โดยมีการปรับขึ้นราคาแล้วแทบจะทุกจังหวัดทั่วประเทศ และยังมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง และกระจายตัวเป็นวงกว้างมากขึ้น จากการที่ผู้ประกอบการรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว เพราะสถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่จบ กังวลว่า เมื่อราคาปรับขึ้นแล้ว ก็จะลงยาก และถ้าแบ่งตามราคาอาหารพร้อมทาน พบว่า จานละ 30-40 บาท ปรับขึ้นแล้วใน 72 จังหวัด, ราคา 41-50 บาท ปรับขึ้น 68 จังหวัด และราคา 51-60 บาท ปรับขึ้น 8 จังหวัด หรือเฉลี่ยปรับขึ้นจานละ 5-10 บาท ส่วนราคาอาหารฟาสต์ฟู้ด และอาหารที่สั่งผ่านแอปพลิเคชัน (ฟู้ดเดลิเวอรี) ยังไม่พบการปรับขึ้นราคา และผู้ประกอบการยังทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง
ส่วนดัชนีเมื่อเทียบกับเดือน มี.ค. 69 สูงขึ้น 2.75% และเฉลี่ย 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย.) ปี 69 สูงขึ้น 0.32% ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เดือน เม.ย. 69 สูงขึ้น 0.83% เมื่อเทียบเดือน เม.ย. 68 เร่งตัวขึ้นจากเดือน มี.ค. 69 ที่สูงขึ้น 0.57%
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มเดือน พ.ค. 69 คาดว่า เงินเฟ้อทั่วไปจะบวก 3.06% เพราะราคาน้ำมันขายปลีกยังอยู่ในระดับสูงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก, ราคาอาหารสำเร็จรูปสูงขึ้น ตามต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งเนื้อสัตว์ ผักสด และต้นทุนขนส่ง, ค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงขึ้น และผู้ประกอบการเริ่มส่งสัญญาณปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ยังมีปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้ออาจลดลง คือ ภาครัฐมีมาตรการช่วยลดภาระค่าครองชีพต่อเนื่อง เช่น ไทยช่วยไทย, ลดค่ากระแสไฟฟ้า, ราคาผลไม้สดที่สำคัญในประเทศยังฟื้นตัวอย่างช้าๆ
“สนค.ยังคงคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปปี 69 ไว้ 2 กรณี คือ เพิ่มขึ้น 1.50-2.50% ค่ากลาง 2% ถ้าสถานการณ์ยังเหมือนปัจจุบัน คือ การสู้รบยังไม่จบ แต่ไม่รุนแรง ราคาน้ำมันปรับขึ้นมากในช่วง 2 เดือนแรกของการสู้รบในตะวันออกกลาง จากนั้นลดลง ราคาอาหารพร้อมทานขยับขึ้นไม่มากนัก ส่วนกรณี 2 เพิ่มขึ้น 2.50-3.50% ค่ากลาง 3% ถ้าสถานการณ์สู้รบรุนแรงมากขึ้น และราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นในช่วง 3 เดือนแรก จากนั้นลดลง และราคาอาหารพร้อมทานขยับขึ้นเป็นวงกว้างมากขึ้น”



