เมื่อวันที่ 6 พ.ค. นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายให้แก่บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด(บวท.) ว่า ได้มอบนโยบายให้ บวท. นำไปปฏิบัติ เพื่อร่วมกันยกระดับการบริหารน่านฟ้า ขับเคลื่อนไทย สู่การเป็นศูนย์กลางด้านการบินระดับโลก (World-class Aviation Hub) โดยให้ บวท. เสนอมาตรการลดภาระต้นทุนสายการบิน เริ่มดำเนินการเดือน พ.ค.-มิ.ย.2569 รวม 2 เดือน ประกอบด้วย 1.ปรับลดค่าบริการการเดินอากาศสำหรับเที่ยวบินในประเทศ 30% และ 2.ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ ให้สายการบินชำระค่าบริการฯ 50% ตามกำหนด ส่วนที่เหลือขยายระยะเวลาชำระหนี้จากเดิมไปอีก 30 วัน เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการสายการบินที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และราคาพลังงานที่ผันผวน รวมทั้งเพื่อรักษาความต่อเนื่องของการให้บริการ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ตลอดจนราคาค่าตั๋วโดยสารลดลง

นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ให้ บวท. เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 และเร่งจัดทำแผนการจัดสรรงบประมาณปี 2570 โดยคำนึงถึงความจำเป็น คุ้มค่าต่อการลงทุน เป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และประเทศชาติ พร้อมทั้งให้ บวท. ยึดหลักความปลอดภัยเป็นหัวใจสูงสุดของการให้บริการการเดินอากาศ รักษา และยกระดับมาตรฐาน และคุณภาพการให้บริการให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งให้ประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการสนับสนุนความปลอดภัยทางการบิน อาทิ ข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาการบิน เพื่อให้ใช้ข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัดสภาพอากาศต่างๆ ให้สูงสุด และพร้อมต่อการใช้งานตลอดเวลา อาทิ ระบบตรวจติดตามสภาพอากาศบริเวณสนามบินอัตโนมัติ และระบบเรดาร์ตรวจจับกลุ่มเมฆฝน เป็นต้น

นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า การขับเคลื่อนไทยสู่ World-class Aviation Hub ไม่อาจเกิดขึ้นได้จาการดำเนินงานของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยการบูรณาการอย่างใกล้ชิดของทั้ง 4 หน่วยงาน ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของตน ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของกรมท่าอากาศยาน(ทย.), การบริหารจัดการจราจรทางอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของ บวท., การผลิตบุคลากรคุณภาพของสถาบันการบินพลเรือน(สบพ.) และการเสริมศักยภาพด้านการบริการของโรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งทุกส่วนล้วนเป็นฟันเพืองที่ต้องขับเคลื่อนไปด้วยกัน โดยตนพร้อมเป็นลมได้ปีกที่สนับสนุนทั้งนโยบาย กฎระเบียบ และทรัพยากรที่จำเป็น เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ และประชาชน

ด้านนายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. กล่าวว่า มาตรการลดภาระต้นทุนสายการบิน จะช่วยทำให้สายการบินต่างๆ กลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันหลายสายการบินลดเที่ยวบินลง จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยการดำเนินมาตรการดังกล่าว เชื่อว่าจะไม่ส่งผลทำให้รายได้ของ บวท. ลดลง ซึ่งปัจจุบันมีเที่ยวบินประมาณ 2,200-2,300 เที่ยวบินต่อวัน จากเดิมประมาณ 2,400 เที่ยวบินต่อวัน อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีปริมาณเที่ยวบินในประเทศไทยประมาณ 9.1 แสนเที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ประมาณ 1.6% และกลับมาใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 กว่า 1 ล้านเที่ยวบินในปี 2573

นายสุรชัย กล่าวต่อว่า ขณะนี้ บวท. อยู่ระหว่างการออกแบบเส้นทางบินใหม่ในบางเส้นทาง ให้มีระยะทางสั้นลง เพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของสายการบิน อาทิ เส้นทาง กรุงเทพฯ-คุนหมิง เส้นทางกรุงเทพฯ-ซีอาน และเส้นทางกรุงเทพฯ-ปักกิ่ง ซึ่งแต่ละเส้นทางระยะทางลดลงประมาณ 64 กิโลเมตร(กม.) คาดว่าจะประกาศใช้เป็นทางการภายในปี 2569 ทั้งนี้ยังมีการบริหารจัดการให้เครื่องบินไต่ระดับขึ้นอย่างสม่ำเสมอโดยไม่หยุดพัก (Step Climb) ซึ่งจะช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันได้มาก

รายงานข่าวแจ้งถึงความคืบหน้ากระบวนการสรรหา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท.คนใหม่ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เนื่องจากเมื่อช่วงต้นปี 2569 มีผู้ส่งเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียน บวท. เข้ามา 5-6 ประเด็น เกี่ยวกับกระบวนการสรรหา และคุณสมบัติของผู้สมัคร จึงต้องมีการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนลงนามสัญญา หากข้อร้องเรียนเป็นความจริง จะทำให้กระบวนการสรรหาที่ผ่านมาทั้งหมดต้องถูกยกเลิก และเริ่มดำเนินการสรรหาใหม่ เพื่อความถูกต้อง ยุติธรรม และป้องกันปัญหาการฟ้องร้องที่อาจตามมาภายหลัง

ทั้งนึ้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือก ได้แก่ นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย อดีตผู้บริหารระดับสูงวอยซ์ทีวี และอดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. ปัจจุบันเหลือรอแค่ลงนามสัญญาว่าจ้าง