วันที่ 11 ก.ค. นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยความคืบหน้าในการออกหลักเกณฑ์กำกับดูแลธุรกิจ “ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง” หรือ Buy Now Pay Later (BNPL) ว่า เป็นเรื่องที่มีความยาก เนื่องจากความซับซ้อนของรูปแบบธุรกรรมและวิธีการให้บริการ โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่หลากหลายมาก ทั้งกลุ่มที่ให้วงเงินก่อนแล้วค่อยปล่อยสินเชื่อภายหลัง หรือกลุ่มที่ปล่อยสินเชื่อก่อนแล้วจึงให้ใช้บริการ รวมถึงบางรายทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มขายสินค้าของตัวเองควบคู่ไปกับการให้ผ่อนชำระ
ทั้งนี้ หนึ่งในประเด็นที่ละเอียดอ่อนคือการกำหนดเงื่อนไขการใช้งาน เช่น หากมีการระบุมูลค่าขั้นต่ำของสินค้าที่ห้ามใช้ BNPL อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ส่งเสริมให้เกิดการใช้จ่ายเกินตัวมากขึ้น
“สมมติบอกว่าต่ำกว่า 200 บาท ห้าม Buy Now Pay Later มันก็จะกลายเป็นว่าคนที่ไม่ถึง 200 บาทจะไปส่งเสริมให้เขาซื้อถึง 200 บาทเพื่อที่จะได้ผ่อนหรือเปล่า ถ้าจะบอกว่าสินค้าบางประเภทไม่ให้ทำ ผู้ผลิตสินค้าช่วงนั้นก็อาจจะโวยขึ้นมา คือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก”
นอกจากนี้ ธปท. ยังได้มีความกังวลต่อการขยายตัวที่รวดเร็วของบริการนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่อาจเริ่มใช้จ่ายเกินความจำเป็น อย่างไรก็ตาม เกณฑ์การกำกับดูแลของธปท. จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างวินัยการใช้เงินเป็นหลัก มากกว่าจะไปเจาะจงที่ประเภทหรือแหล่งที่มาของสินค้า เช่น สินค้าจากประเทศจีน
นายวิทัย ระบุว่า ความซับซ้อนอีกประการคือ อำนาจในการกำกับดูแล เนื่องจากหากเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ไม่ได้มีสถานะเป็นสถาบันการเงิน ธปท. จะไม่มีอำนาจกำกับโดยตรง จึงต้องพิจารณาเข้าไปกำกับที่ผู้ปล่อยสินเชื่อแทน ซึ่งแต่ละรายก็มีวิธีการปล่อยสินเชื่อที่แตกต่างกัน ทั้งการปล่อยเป็นวงเงินสดเพื่อไปซื้อสินค้า หรือการปล่อยสินเชื่อ ณ จุดซื้อขายโดยตรง
สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานในขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนการหารือร่วมกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมและพิจารณาอนุมัติเป็นการภายใน โดยกระบวนการหลังจากนี้จะมี 3 ขั้นตอนหลัก คือ การสรุปหลักเกณฑ์ การทำประชาพิจารณ์ (Public Hearing) ซึ่งปัจจุบันกฎหมายกำหนดให้ทำ 2 ครั้ง รวมระยะเวลาประมาณ 30 วัน และขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนบังคับใช้
“วันนี้อยากให้ได้ข้อสรุปแล้ว อย่างน้อยก็ทำ Hearing ให้ได้ภายในสิ้นปี ตัวหลักต้องออกพร้อมกัน แล้วจะค่อยๆ ทยอยเข้มงวดขึ้นไปเรื่อยๆ ครั้งแรกอาจจะออกเกณฑ์ที่ไม่รุนแรงก่อน แล้วค่อยขยับความเข้มงวดขึ้นตามมาตรฐานกลางที่จะออกมา”
นายวิทัย กล่าวว่า ธปท. ยอมรับแม้ปริมาณธุรกรรมจะเติบโตอย่างรวดเร็วและมีความกังวลในหลายจุด แต่การออกกฎเกณฑ์ต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้มาตรฐานกลางที่สามารถกำกับดูแลผู้เล่นที่หลากหลายในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ



