ตัวแทนจากสมาคมคลองไทย นำโดย ณรงค์ ขุ้มทอง พร้อมคณะกรรมการ เข้ายื่นหนังสือต่อ ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เพื่อสนับสนุนโครงการขุดคลองไทย และโครงการแลนด์บริดจ์ โดยขอให้รัฐบาลพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจดำเนินโครงการ

การยื่นหนังสือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดัน “โครงการคลองไทย” เส้นทาง 9A ให้เข้าสู่การพิจารณาของสภาและรัฐบาล ควบคู่กับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งสมาคมฯ เห็นว่าเป็นโครงการสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

นายณรงค์ กล่าวว่า สมาคมคลองไทยและประชาชนจำนวนมากฝากความหวังไว้กับ สว.ไชยยงค์ ให้ช่วยเป็นกระบอกเสียงผลักดันโครงการคลองไทยเข้าสู่การพิจารณาของรัฐ พร้อมเปรียบเทียบกับโครงการแลนด์บริดจ์ที่ใช้งบลงทุนสูงกว่า เพื่อหาทางเลือกที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ

“คลองไทยหรือแลนด์บริดจ์ จะเป็นทางออกสำคัญในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ และช่วยให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” นายณรงค์กล่าว

ด้านนายไชยยงค์ กล่าวว่า ภาคใต้สูญเสียโอกาสด้านการพัฒนามาเป็นเวลานาน หลายโครงการขนาดใหญ่ในอดีต เช่น โครงการ Southern Seaboard และโครงการท่าเรือน้ำลึกเชื่อม จ.สตูล กับ จ.สงขลา ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้จากกระแสคัดค้านของภาคประชาชนและกลุ่มเอ็นจีโอ

สว.ไชยยงค์ ระบุว่า ปัจจุบันภาคใต้พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก ขณะที่โครงการเมกะโปรเจกต์ด้านอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ยังไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จึงอยากเห็นรัฐบาลกล้าตัดสินใจผลักดันโครงการขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นคลองไทยหรือแลนด์บริดจ์ เพื่อพลิกโฉมเศรษฐกิจภาคใต้และประเทศในระยะยาว

พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา ซึ่งล่าช้ามานานกว่า 5 ปี โดยเห็นว่าเป็นโครงการที่จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และรองรับแรงงานในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง

นายไชยยงค์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลจำเป็นต้องชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงให้ประชาชน โดยเฉพาะคนในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการ ว่าจะได้รับประโยชน์อย่างไร พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากรัฐบาลยังไม่สามารถผลักดันโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในภาคใต้ได้ ก็อาจสะท้อนถึงความยากลำบากในการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนระดับล้านล้านบาท ท่ามกลางแรงต้านจากหลายฝ่าย

ทั้งนี้ เขามองว่า การตัดสินใจของรัฐบาลต่อโครงการแลนด์บริดจ์และคลองไทยครั้งนี้ จะเป็นตัวชี้ชะตาทิศทางการพัฒนาของภาคใต้ในอนาคต ว่าจะสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดและเดินหน้าโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ได้หรือไม่