เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2569 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า วันนี้พรรคประชาชนออกมาโพสต์กล่าวหาว่า “สส.ฝ่ายรัฐบาลโหวตเห็นชอบตาม สว. ให้นิรโทษไม่รวมคดี 112 แต่ล้างผิดคนล้มเลือกตั้ง ฮั้ว สว. ปรองดองแบบเลือกปฏิบัติ?” นี่คือการบิดเบือนอย่างน่าเกลียด ข้อเท็จจริงคือ ไม่มีแม้แต่คำเดียว ในร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ไม่มีตั้งแต่ต้น ไม่มีการแก้ไขเพิ่ม และไม่มีการลงมติเรื่องนี้เลย นี่ไม่ใช่ความเห็นต่าง แต่มันคือการบิดเบือนข้อเท็จจริง
นายกรวีร์ ระบุต่อว่า ส่วนประเด็น มาตรา 112 ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ ร่างกฎหมายฉบับนี้ยืนยันหลักการเดิมมาตั้งแต่สภาชุดก่อน คือ ไม่รวมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และนี่ก็เป็นจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยและอีกหลายพรรคการเมืองมาตั้งแต่เริ่มต้น ส่วนคดีการชุมนุมทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ของคนเสื้อเหลือง คนเสื้อแดง กปปส. ปิดสนามบิน หรือเหตุการณ์ทางการเมืองในอดีต นั่นเป็นเหตุผลที่ต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ เพื่อคลี่คลายบาดแผล ความขัดแย้งทางการเมืองที่ลากยาวมาหลายสิบปี

นายกรวีร์ ระบุว่า การเอาเรื่องที่ไม่มีอยู่ในกฎหมาย มาปะปนกับเรื่องที่มีอยู่จริง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิด นั่นไม่ใช่การตรวจสอบ มันคือการโกหก บิดเบือนข้อเท็จจริง หลังจากโพสต์ถูกเผยแพร่ มีประชาชนจำนวนมากเข้าใจผิด ทางเพจพรรคประชาชนจึงค่อยแก้ไขข้อความภายหลัง (ดูรูปก่อน-หลัง)
“คำถามคือเมื่อความจริงถูกแก้ไขแล้ว ความเข้าใจผิดของประชาชน ใครจะรับผิดชอบ พรรคประชาชนจะรับผิดชอบการกระทำนี้อย่างไร การเมืองตรวจสอบกันได้ โต้แย้งกันได้ เห็นต่างกันได้ แต่การเมืองที่เอาความเท็จมาเป็นอาวุธ เอาการใส่ร้ายป้ายสีมาเป็นเครื่องมือ เพื่อหวังผลทางการเมือง นี่คือวิธีการทำการเมืองแบบใหม่ที่อยากจะทำหรือครับ มันไม่ควรเป็นมาตรฐานของพรรคการเมืองที่อ้างว่าตัวเองมีมาตรฐานสูงส่ง หากจะยกระดับการเมือง ต้องยกระดับมาตรฐานของตัวเอง ไม่ใช่ลดมาตรฐานของตัวเองจนต่ำเตี้ยเรี่ยดินแบบนี้” นายกรวีร์ ระบุ
นายกรวีร์ ระบุทิ้งท้ายว่า ป.ล. หลังจากแก้ไขข้อความในเพจแล้ว อยากรู้นะครับว่าทางพรรคประชาชนจะรับผิดชอบต่อเรื่องนี้อย่างไร.





