น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามการพัฒนาสวนทุเรียนมูลค่าสูง ณ สวนโรจนรัตน์ ต.เวียงชัย อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ว่า ได้เห็นตัวอย่างการทำสวนทุเรียนของเกษตรกรเชียงรายที่น่าสนใจมาก ใช้พื้นที่ไม่มาก แต่บริหารจัดการได้ดีและสร้างรายได้จริง ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้ภาคเกษตรได้ ขณะเดียวกันเรื่องมาตรฐาน GAP ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมช่วยสนับสนุนต่อ ทั้งเรื่องพัฒนาคุณภาพผลผลิต การทำตลาดออนไลน์ การไลฟ์ขายสินค้า รวมถึงการผลักดันตลาดส่งออก เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรมีช่องทางขายที่หลากหลายขึ้น และมีรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว
สำหรับสวนโรจนรัตน์ เดิมเป็นพื้นที่ปลูกมะขาม ลำไย และลองกอง ก่อนปรับเปลี่ยนเป็นสวนทุเรียนเศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยใช้ระบบปลูกแบบ “กางแขน” ที่ช่วยเพิ่มจำนวนต้นต่อพื้นที่และเพิ่มผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันสามารถสร้างผลผลิตได้ประมาณ 2 ตันต่อปี สร้างรายได้รวมกว่า 240,000 บาท และยังพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรและผู้สนใจเข้าศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง
จังหวัดเชียงรายมีแนวโน้มการปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยด้านราคาที่อยู่ในระดับสูง เกษตรกรหลายพื้นที่เริ่มปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกลิ้นจี่และลำไยมาสู่การปลูกทุเรียนมากขึ้น โดยสายพันธุ์หลักที่ได้รับความนิยม ได้แก่ หมอนทอง พวงมณี และมูซังคิง ซึ่งตลาดยังมีความต้องการสูง ขณะที่ผลผลิตส่วนใหญ่ของจังหวัดจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนกรกฎาคม–กันยายนของทุกปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการพัฒนาคุณภาพสินค้า มาตรฐานการผลิต และการขยายช่องทางตลาด เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ สร้างความมั่นคง และเปิดโอกาสให้เกษตรกรสามารถต่อยอดอาชีพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตได้มากขึ้น



