สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ว่า ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ ในฐานประธานสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ประจำปีนี้ กล่าวว่า การที่เมียนมายังคงถูกโดดเดี่ยวจากกลุ่มความร่วมมือระดับภูมิภาค ถือเป็น “โศกนาฏกรรม” เพราะเมียนมา “คือส่วนหนึ่งของครอบครัวอาเซียน”


มาร์กอสกล่าวว่า ในฐานที่ฟิลิปปินส์ทำหน้าที่ประธานอาเซียนประจำปีนี้ ยืนยันว่าประเทศสมาชิกมีความ “เห็นพ้องโดยนัย” ที่จะเพิ่มความพยายามในการดึงเมียนมา ให้กลับเข้ามามีส่วนร่วม และแสวงหาความคืบหน้าร่วมกัน เพื่อมุ่งสู่สันติภาพและเสถียรภาพในระดับภูมิภาค


นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร มื่อปี 2564 รัฐบาลทหารเมียนมาไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมรายการส่วนใหญ่ของอาเซียน ซึ่งต้องการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ กดดันให้รัฐบาลทหารเมียนมาในเวลานั้นเร่งคืนอำนาจและฟื้นฟูประเทศ


แม้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการผ่อนคลายลงและเมียนมาส่งผู้แทนระดับสูงที่เป็นข้าราชการประจำของกระทรวงการต่างประเทศมาร่วมการประชุม แต่มาร์กอสย้ำว่า “ฉันทามติ 5 ข้อ” ของอาเซียน ยังจำเป็นต้องได้รับแรงผลักดันใหม่ เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติ


นอกจากนี้ ผู้นำฟิลิปปินส์กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมหารือเกี่ยวกับแผนการจัดตั้ง ศูนย์ทางทะเลของอาเซียน โดยอธิบายว่า ศูนย์แห่งนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อเผชิญหน้าหรือผลักดันกองกำลังของประเทศใดหนึ่ง แต่มุ่งเน้นเพื่อรับรองเสรีภาพในการเดินเรือในทะเลจีนใต้


ที่ประชุมยังให้ความสำคัญอย่างมากกับความมั่นคงด้านพลังงานและเชื้อเพลิงในภูมิภาค ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการชะงักงันของเส้นทางการค้าทางทะเลที่สำคัญ โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ อาเซียนได้เตรียมการเพื่อจัดหาแหล่งเชื้อเพลิงให้มั่นคง รวมถึงการทำข้อตกลงทวิภาคีกับประเทศนอกกลุ่มอาเซียน


ที่ประชุมตกลงจะเสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านพลังงาน ผ่านห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงที่มั่นคง เร่งการให้สัตยาบันในกรอบความมั่นคงด้านปิโตรเลียมของอาเซียน และผลักดันโครงการ โครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน ที่ล่าช้ามานาน เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายไฟฟ้าทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.

เครดิตภาพ : REUTERS