เมื่อวันที่ 9 พ.ค. พ.ต.ท.อดิศักดิ์ เสมรอด สารวัตรเวรสอบสวน สภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งเหตุจาก นายสักณพงษ์ เกียรติชูสกุล หรือกำนันเจ๋ง กำนันตำบลบางเลน ว่าเกิดเหตุยิงกันเสียชีวิต ในบ้านพักพื้นที่ ต.บางเลน อ.สองพี่น้อง จึงรีบไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.วรภพ จำปาเงิน ผกก.สภ.สองพี่น้อง พ.ต.ท.นิคม ขุนสอาดศรี สว.สส. เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยเสมอกันสุพรรณบุรี เดินทางไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุ เป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง 2 ชั้น ภายในห้องนอนพบศพ น.ส.พรทิพย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี สภาพนั่งฟุบหน้าบนที่นอน ที่ลำคอด้านขวามีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนกระสุนทะลุออกด้านซ้าย ใกล้กันพบใบจดทะเบียนหย่า หนังสือสำคัญ และเอกสารต่าง ๆ มากมาย จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน พร้อมถ่ายภาพในที่เกิดเหตุประกอบสำนวนคดี โดยมี นายสุชาติ (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี สามีผู้ตาย ยืนรอมอบตัวพร้อมอาวุธปืนลูกซองยาวที่ใช้ก่อเหตุ

เบื้องต้น นายสุชาติ ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนยิงสังหารภรรยาตัวเองจริง สาเหตุมาจากทะเลาะวิวาทกับผู้ตายเป็นประจำวัน เรื่องความหึงหวงกลัวภรรยาจะนอกใจ ก่อนเกิดเหตุ 1 วัน ตนและภรรยาได้ไปจดทะเบียนหย่ากันที่ว่าการอำเภอสองพี่น้อง หลังหย่าร้างกับผู้ตายเป็นที่เรียบร้อย กลับมาบ้านตอนกลางคืน เกิดมีปากเสียงทะเลาะกับภรรยาอย่างรุนแรงอีกรอบ จึงตัดสินใจหยิบปืนลูกซองยาวมาจ่อยิงภรรยา 3 นัดซ้อน จนเสียชีวิตดังกล่าว
จากการสอบถาม นายจิรายุ (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี ลูกชายคนโต ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า พ่อแม่เกิดมีปากเสียงทะเลาะกัน จากนั้นแม่ได้เดินเข้าออกไปมาในห้องนอน เพราะต้องการหาของบางอย่าง จนพ่อถามว่าหาอะไร แต่แม่ไม่ตอบ ขณะที่พ่อคว้าปืนออกมา ก่อนบอกว่าจะไปดูปลาที่เลี้ยงไว้ในบ่อ จังหวะนั้นกลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน พ่อใช้ปืนยิงแม่ในทันที ตนจะเข้าไปห้ามแต่ก็ไม่ทัน แม่เสียชีวิตต่อหน้าต่อตา

ด้าน พ.ต.อ.วรภพ จำปาเงิน ผกก.สภ.สองพี่น้อง เปิดเผยว่า สองผัวเมียจดทะเบียนอยู่กินกันฉันสามีภรรยา มานานกว่า 20 ปี จนมีลูก 3 คน ลูกชายคนโต อายุ 21 ปี ลูกสาวคนกลาง อายุ 17 ปี และลูกสาวคนเล็ก อายุ 7 ขวบ เพิ่งจะหย่ากันวานนี้ (8 พ.ค. 69) โดยฝ่ายสามีต้องการจะให้ภรรยาออกจากบ้านไป ปกติเป็นคนชอบดื่มเหล้าเป็นประจำ น่าจะเกิดจากอาการมึนเมาทำให้ขาดสติ ก่อนตัดสินใจใช้ปืนลูกซองกระหน่ำยิงจนเสียชีวิต แต่ไม่ได้หลบหนี ยังคงยืนรอมอบตัวอยู่ในที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตามจะทำการสอบสวนปากคำพยาน และผู้ก่อเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.



