นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน

ทั้งนี้ ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,409 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,415 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,406 ข้อความ และช่องทาง Line Official 9 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 48 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 25 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 6 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่องได้แก่

อันดับที่ 1 ข่าวบิดเบือน เรื่อง รพ.บางนา 1 และ รพ.มิตรประชา ออกจากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เนื่องจาก สปสช. เบิกจ่ายล่าช้า

อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง 7 กลุ่มเสี่ยงจองคิวฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี ผ่านแอปเป๋าตัง เริ่ม 1 พ.ค. – 31 ส.ค. 69

อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง TTB ร่วมกับ BAAC เปิดสินเชื่อกู้ได้ทุกอาชีพ ผ่าน TikTok : user8786541580028

อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง กฎใหม่สนามบินปี 2026 ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ต้องใช้บัตรประชาชนแบบเรียลไอดียืนยันตัวตนเท่านั้น

อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง (8 พ.ค.69) กองทัพไทยยิงขู่ ทหารกัมพูชาขยับเข้ามาประชิดห่างเพียง 20 เมตร ที่ตาเมือนธม

อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิด 5 หลักสูตรให้เรียนฟรี SET e-Learning

สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวบิดเบือน เรื่อง “รพ.บางนา 1 และ รพ.มิตรประชา ออกจากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เนื่องจาก สปสช. เบิกจ่ายล่าช้า” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวบิดเบือน” โดยโรงพยาบาลทั้ง 2 แห่งไม่ได้ออกจากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติทั้งหมด แต่เป็นการยุติสถานะ “หน่วยบริการประจำ” และ “หน่วยบริการปฐมภูมิ” เท่านั้น แต่ยังคงเป็น “หน่วยบริการรับส่งต่อ” ในระบบบัตรทอง

ทั้งนี้ สปสช. เขต 13 กรุงเทพมหานคร ได้จัดหน่วยบริการรองรับผู้มีสิทธิเดิมแล้ว โดยผู้มีสิทธิของ รพ.มิตรประชา จะโอนย้ายไปยัง รพ.พระมงคลเทพมุนี และมี รพ.ราชพิพัฒน์ เป็นหน่วยบริการรับส่งต่อ ส่วนผู้มีสิทธิของ รพ.บางนา 1 จะโอนย้ายไปยัง รพ.กล้วยน้ำไท 3 โดยประชาชนยังไม่จำเป็นต้องรีบย้ายสิทธิด้วยตนเอง และทั้ง 2 โรงพยาบาลยังให้บริการผู้มีสิทธิตามปกติจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569

ด้านประเด็นการจ่ายเงิน สปสช. ยืนยันว่าไม่ได้จ่ายเงินล่าช้าตามที่กล่าวอ้าง โดยมีระบบจ่ายเงินหลายรูปแบบ ทั้งจ่ายล่วงหน้าแบบเหมาจ่ายรายหัว และจ่ายตามผลงานบริการจริง พร้อมรอบประมวลผล ตรวจสอบ และโอนเงินตามหลักเกณฑ์

อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด