เมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 11 พ.ค. ภายหลัง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องขังเด็ดขาดชั้นกลาง เรือนจำกลางคลองเปรม ได้พักโทษเพื่อคุมประพฤติต่ออีก 4 เดือน จนกว่าจะพ้นโทษอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 9 ก.ย. 69 โดยวันนี้ หลังออกจากประตูเรือนจำ ได้ขึ้นรถยนต์ส่วนบุคคลยี่ห้อ Mercedes-Maybach S 580 e (เมอร์เซเดส-มายบัค) สีทูโทน ทะเบียน พท 4444 กรุงเทพมหานคร เคลื่อนตัวออกจากพื้นที่เรือนจำกลางคลองเปรม ก่อนตรงไปยังสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ถนนวังหลัง แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เพื่อรับทราบเงื่อนไขการพักโทษคุมประพฤติระยะเวลา 4 เดือน นับจากวันที่ 11 พ.ค. 69-9 ก.ย. 69
“ทักษิณ” พ้นเรือนจำ! สวมกอดครอบครัว-คนเสื้อแดงรับอบอุ่น ก่อนกลับบ้านจันทร์ส่องหล้า
นายเผด็จ หริ่งรอด ผบ.เรือนจำกลางคลองเปรม ยืนยันว่า ในวันนี้เจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 ได้เข้ามาติดกำไล EM ที่ข้อเท้าข้างซ้ายให้แก่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายในเรือนจำกลางคลองเปรม ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ที่ผ่านมาเป็นอันเรียบร้อยแล้ว

ส่วนทนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ ชินวัตร เปิดเผยว่า นายทักษิณ ชินวัตร ได้ติดกำไล EM ในเรือนจำเรียบร้อยแล้ว และติดโดยเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 และวันนี้ยังได้เดินทางไปรับทราบเงื่อนไขการพักโทษคุมประพฤติที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 เพื่อจะได้ไปรายงานตัวคุมประพฤติครั้งแรกในวันที่ 25 พ.ค. 69 ต่อไป
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.40 น. ที่ผ่านมา นายทักษิณ พร้อมด้วย น.ส.แพทองธาร ได้เดินทางมาที่สำนักงานคุมประพฤติ กรุงเทพมหานคร 1 เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ และมีนายวิญญัติ มาด้วยเพื่อรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติ กรุงเทพมหานคร 1 โดยทันทีที่นายทักษิณ เดินทางมาถึง น.ส.แพทองธาร บุตรสาว ได้ประคองนายทักษิณขึ้นไปบนสำนักงานฯ ชั้น 2 โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที ในการดำเนินการเรื่องเอกสาร ทั้งนี้ ภายหลังจากดำเนินเรื่องเอกสารเสร็จสิ้นแล้ว นายทักษิณได้เดินลงมาจากอาคาร ก่อนยิ้มและโบกมือทักทายผู้สื่อข่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวได้มีการสอบถามว่า จำกันได้หรือไม่ เพราะตอนที่นายทักษิณเข้าเรือนจำครั้งแรก ผู้สื่อข่าวได้วิ่งตามรถเพื่อเข้าส่งถึงหน้าประตูเรือนจำกลางคลองเปรม ปรากฏว่า นายทักษิณได้ตอบกลับว่า “จำอะไรไม่ได้แล้วเนี่ย เป็นอัลไซเมอร์แล้ว” หลังจากนั้นนายทักษิณ และ น.ส.แพทองธาร จึงได้ขึ้นรถก่อนเดินทางไปบ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งเป็นสถานที่ใช้สำหรับพักโทษคุมประพฤติ
ขณะที่ กรมคุมประพฤติ โดยส่วนประชาสัมพันธ์ ได้ออกเอกสารระบุใจความชี้แจงกรณีการพักการลงโทษ ว่า วันนี้ 11 พ.ค. 69 กรมคุมประพฤติดำเนินการกรณีกรมราชทัณฑ์แจ้งมติคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ให้ปล่อยตัวพักการลงโทษ นักโทษเด็ดขาดชาย ทักษิณ ชินวัตร นับตั้งแต่ วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ซึ่งจะพ้นโทษและพ้นจากการพักการลงโทษ ในวันที่ 9 กันยายน 2569 โดยพนักงานคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกันกับเรือนจำที่ปล่อยพักการลงโทษดำเนินการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ในทันที หลังจากนั้นให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่ผู้อุปการะพักอาศัย ภายในระยะเวลา 3 วัน

กรมคุมประพฤติ ระบุอีกว่า ในระหว่างการพักการลงโทษมีเงื่อนไขที่กำหนดในหนังสือสำคัญพักการลงโทษ จนกว่าจะพ้นการพักการลงโทษ ดังนี้ 1.พักอาศัยอยู่กับผู้อุปการะตามที่อยู่ที่กำหนด หากจะย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนแปลงผู้อุปการะต้องยื่นคำร้องต่อพนักงานคุมประพฤติในท้องที่เดิมและต้องได้รับอนุมัติก่อน 2.ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ หากฝ่าฝืนและถูกลงโทษโดยเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ นั้น ไม่ว่าโทษสถานใด ให้ผู้ได้รับการพักการลงโทษหรือผู้อุปการะแจ้งให้พนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง 3.ให้ประกอบอาชีพที่สุจริต หากเปลี่ยนสถานที่ทำงานหรือย้ายงานใหม่ ต้องแจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นให้แจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบภายในกำหนดระยะเวลาการรายงานตัวครั้งต่อไป 4.ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำ และตักเตือนของพนักงานคุมประพฤติ และเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อการแก้ไขฟื้นฟู ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมคุมประพฤติกำหนด ซึ่งจะต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ เดือนละ 1 ครั้ง
5.ห้ามออกนอกเขตท้องที่จังหวัด เว้นแต่จะมีกิจธุระสำคัญเป็นครั้งคราว ให้ขออนุญาตพนักงานคุมประพฤติ 6.ห้ามประพฤติตนในทางเสื่อมเสีย 7.ห้ามเกี่ยวข้องกับสารระเหย วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตหรือประสาท หรือยาเสพติดให้โทษทุกประเภท รวมทั้งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดทุกชนิด 8.ห้ามเยี่ยมหรือติดต่อกับผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักขัง หรือผู้ต้องกักกันอื่นที่ไม่ใช่ญาติ ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ/ทัณฑสถาน สถานกักขัง สถานกักกัน หรือสถานคุมขังอื่นใด 9.ห้ามคบหาสมาคมกับบุคคลที่อาจนำไปสู่การกระทำผิดอีก 10.เงื่อนไขพิเศษ (ถ้ามี)-ไม่มี 11.ผู้ได้รับการพักการลงโทษ จะต้องแสดงหนังสือสำคัญพักการลงโทษต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจหรือเจ้าพนักงานเรือนจำ เมื่อมีการเรียกให้แสดง หากหนังสือสำคัญพักการลงโทษสูญหาย ให้รีบแจ้งต่อพนักงานคุมประพฤติและขอรับฉบับแทน ถ้าไม่แสดงหนังสือสำคัญดังกล่าว พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับส่งเรือนจำก็ได้

อนึ่ง หากผู้ได้รับการพักการลงโทษฝ่าฝืนเงื่อนไขดังกล่าว พนักงานคุมประพฤติต้องรายงานผลการคุมความประพฤติต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ พิจารณาเพิกถอนการพักการลงโทษ ต่อไป ผู้ได้รับการพักการลงโทษได้เข้ารายงานตัว และรับทราบเงื่อนไขที่กำหนดข้างต้นเรียบร้อยแล้ว กรณีเป็นที่สนใจของประชาชน เพื่อประโยชน์ในการสื่อสารให้เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้อง กรมคุมประพฤติ จึงขออนุญาตนำเรียนผ่านสื่อมวลชนเพื่อโปรดทราบ.



