เมื่อวันที่ 11 พ.ค. นางอังคณา นีละไพจิตร สว. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า อยากฟังความเห็นของท่านรมว.วัฒนธรรมในฐานะผู้กำกับดูแลองค์กรและสถาบันทางศาสนา รวมถึงสำนักจุฬาราชมนตรี ผู้นำศาสนาอิสลาม และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ต่อกรณีการตั้งกลุ่มในนามผู้พิทักษ์ศาสนา เพื่อดำเนินการต่อบุคคลที่เห็นว่ากระทำหมิ่นศาสนา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเย็นวานที่ซอยราม 53 ถือเป็นความท้าทายต่อแนวทางสันติวิธีที่เป็นหลักการสำคัญของศาสนาอิสลาม ที่ยืนยันหลักความยุติธรรมและความเมตตา ซึ่งแม้กลุ่มผู้กระทำจะพยายามกดดันให้ผู้ถูกกระทำพูดว่าซ้ำ ๆ ว่าเป็นความสมัครใจ แต่ภาพที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการ live หรือการลงโทษด้วยการกล้อนผม ผู้ที่ดู live อาจเกิดคำถามว่า เป็นความยินยอม โดยสมัครใจ หรือจำยอมกันแน่
นางอังคณา ระบุต่อว่า กรณีนี้ หากปล่อยให้ผ่านเลยไปโดยผู้เกี่ยวข้องไม่ได้พิจารณาแนวทางป้องกัน ก็อาจเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย หรือเจตนารมณ์ของหลักศาสนา เหมือนที่เคยมีกลุ่มบุคคลใช้กำลังปราบปรามแรงงานข้ามชาติที่เห็นว่ากระทำผิด ความท้าทายที่สำคัญอีกประการ คือ หากมีคนต่างศาสนิกที่หมิ่นศาสนา จะสามารถใช้ปฏิบัติการเดียวกันเช่นนี้ได้หรือไม่ ซึ่งความท้าทายต่างๆ นี้ ท้ายที่สุด ความเกลียดชังที่เกิดขึ้น อาจก่อให้เกิดอาชญากรรมจากความเกลียดชัง (Hate Crime) หรือความเกลียดกลัวอิสลาม (Islamophobia) ซึ่งความขัดแย้งทางศาสนาถือเป็นความอ่อนไหว และเปราะบางที่สุด และเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ยากจะยุติ



