จากกรณีที่ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด นำผู้เสียหายเข้าแจ้งความกองปราบฯ หลังถูกหมอดูชื่อดังภาคเหนือ แก้กรรมโดยการอนาจารทั้งอมอวัยวะเพศ และมีพฤติกรรมวิกลจริตกับสุนัข นั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 11 พ.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เปิดเผยว่า ในวันนี้นายเอกภพ ได้นำผู้เสียหายมาแจ้งความเพิ่มเติมอีก 1 คน โดยรายละเอียดของพฤติกรรมแต่ละคนอาจจะมีความแตกต่างกัน แต่ลักษณะพฤติกรรม คือ นำไปสู่การอนาจาร ทั้งเมื่อวานนี้ได้มีปฏิบัติการเข้าค้นบ้านพัก ที่เปิดเป็นสถานปฏิบัติธรรมของผู้ที่ถูกกล่าวหาในพื้นที่ จ.ลำพูน และจุดที่เชื่อมโยงอีก 2-3 จุด จากการเข้าค้นพบบุคคลที่ถูกกล่าวหาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องคดี บอกเพียงแค่ว่าเรื่องนี้ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

ทั้งนี้ตำรวจยังไม่ได้มีการสอบปากคำ แต่ได้เก็บพยานหลักฐานตามที่ผู้เสียหายบอก โดยเก็บมาได้พอสมควร ประกอบด้วย ผ้าปูที่นอน เสื้อผ้า และหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ซึ่งได้สั่งการให้นำมาทั้งหมด ส่วนหนังสืออนาจารหรือหนังสือที่เกี่ยวกับสุนัขในลักษณะเชิงอนาจารยังไม่พบ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายเพียงแค่สองคน ก็ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนว่า จะสอบปากคำผู้เสียหายเสร็จสิ้น และทำการออกหมายเรียกกับผู้ถูกกล่าวหาเลยหรือไม่

ส่วนที่ยังไม่มีการสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหา พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า เราจะต้องดูพฤติกรรมผู้เสียหายแต่ละรายว่าจะเข้าข่ายความผิดใดบ้าง และเชื่อว่าน่าจะมีผู้เสียหายรายอื่น จึงอยากขอประชาสัมพันธ์ หากใครพบพฤติกรรมเช่นนี้ให้เข้ามาแจ้งความกับกองบังคับการปราบปรามได้เลย

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยืนยันว่า กองบังคับการปราบปราม ไม่กลัวการแทรกแซงของลูกศิษย์ เพราะถ้าเรากลัว เมื่อวานเราคงไม่เข้าค้นหาพยานหลักฐาน และที่เราเข้าไปค้นเมื่อวานนี้ เนื่องจากเกรงว่า หลักฐานจะถูกทำลาย จึงจำเป็นต้องรีบเข้าตรวจค้น

ส่วนกรณีของ “โน้ส อุดม” ที่มีการออกมาเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวผ่านเวทีเดี่ยวไมโครโฟน และพฤติกรรมคล้ายกับผู้เสียหายรายอื่น ระบุว่าจะให้พนักงานสอบสวน เข้าไปตรวจสอบว่ากรณีดังกล่าวใช่บุคคลเดียวกันกับที่ผู้เสียหายสองคนกล่าวหาหรือไม่.